Search Engine Optimisation (SEO) มักถูกใช้เป็นคำติดปากของใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์แม้เพียงเล็กน้อย SEO มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และในซีรีส์นี้เราจะสรุปทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ SEO ในปัจจุบัน
ในปี 2024 SEO ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการตลาดดิจิทัล คู่มือนี้จะครอบคลุมพื้นฐานของ SEO โดยเน้นการใช้ข้อมูล 1st Party เพื่อเสริมกลยุทธ์และแสดงถึง E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness และ Trustworthiness)
ในฐานะเอเจนซี่การตลาดดิจิทัล เราต้องการมอบเครื่องมือและความรู้ทั้งหมดเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของคุณไปข้างหน้า เราจะเริ่มจากพื้นฐาน และเมื่ออ่านจบ คุณจะรู้สึกเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญ!
Search Engine Optimisation (SEO) คืออะไร?
“SEO คือกระบวนการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับสูงขึ้นในหน้าผลการค้นหา (SERPs) ครอบคลุมทั้งเทคนิค On-page และ Off-page เพื่อเพิ่มการมองเห็นและดึงทราฟฟิกแบบ Organic”
ทุกคนคุ้นเคยกับ Search Engine ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ ลองนึกถึง Google, Bing หรือ Yahoo การตลาดแบบ SEO คือกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับสูงขึ้น จึงปรากฏในตำแหน่งที่สูงขึ้นในผลการค้นหาแบบไม่เสียเงินของ Search Engine หรือที่เรียกว่าผลการค้นหา Organic ทั้งทฤษฎีและข้อมูลพิสูจน์แล้วว่ายิ่งอันดับสูงเท่าไร คนก็ยิ่งเห็นมากขึ้น และยิ่งมีคนคลิกเข้าเว็บไซต์ของคุณมากขึ้นเท่านั้น

จุดกำเนิดของ ‘SEO’
Search Engine เกิดขึ้นครั้งแรกในทศวรรษ 1990 และ SEO ก็ตามมาพร้อมกับผู้ประกอบการที่มองเห็นความสำคัญของการมีอันดับที่สูงขึ้น ในยุคนั้น SEO เป็นเรื่องของคนเฉพาะกลุ่ม แต่ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจไม่ว่าจะมีขนาดใดก็ตาม
กฎกติกาเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สิ่งที่เคยได้ผลเมื่อไม่กี่ปีก่อนอาจใช้ไม่ได้แล้วในวันนี้ แต่หลักการยังคงเดิม นั่นคือการมีเว็บไซต์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง

จะเริ่มต้นอย่างไร?
การทำ SEO ให้สำเร็จต้องอาศัยความเข้าใจด้านเทคนิคพอสมควร ความคิดสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอบ และความชอบงานวิเคราะห์ เป้าหมายสุดท้ายเหมือนกันเสมอ คือการติดอันดับให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มีกลยุทธ์หลายแบบให้เลือกใช้ และแต่ละบริษัทก็ใช้เทคนิคที่แตกต่างกันไป
ต้องมีการจัดโครงสร้างเว็บไซต์ให้ถูกต้อง และดูแลให้โค้ดและการเขียนโปรแกรมมีความถูกต้องทางเทคนิค แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผู้อ่านติดใจเว็บไซต์ของคุณ แต่คอนเทนต์คุณภาพจะทำให้คนอื่นอ้างอิงและลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่พอสำหรับ Search Engine เพราะคอนเทนต์ต้องได้รับการปรับแต่งด้วยคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องและลิงก์อ้างอิงภายนอกที่เหมาะสมด้วย
ฟังดูซับซ้อนใช่ไหม?
SEO เป็นเรื่องซับซ้อน เพราะ Search Engine รายใหญ่ทุกเจ้าใช้อัลกอริทึมในการจัดอันดับ แม้อัลกอริทึมบางส่วนจะเป็นความลับ แต่ส่วนใหญ่สามารถทำความเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดักจับคุณ เป้าหมายของ Search Engine คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ปลายทางซึ่งเป็นคนค้นหา ไม่ใช่เจ้าของเว็บไซต์
เป็นที่ทราบกันว่า Google ใช้ปัจจัยจัดอันดับมากกว่า 200 ปัจจัย และส่วนใหญ่เป็นที่รู้กันทั่วไป เช่น Backlink คุณภาพของคอนเทนต์ รวมถึงด้านเทคนิคที่ส่งผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้อย่างความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ หากคุณทำตามกฎพื้นฐาน ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรือรู้จักปัจจัยทั้งหมด
ลองนึกถึงกาแฟสักแก้ว
เพื่อให้เข้าใจพื้นฐานของ SEO ลองนึกถึงกาแฟหนึ่งแก้ว คุณมีถ้วยกาแฟ กาแฟ และในตัวอย่างนี้คือนมกับน้ำตาล เราจะถือว่าทั้งสามอย่างนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องดื่มของคุณ
- ถ้วยกาแฟ – ถ้วยคือ “ระบบหลังบ้าน” ของเว็บไซต์ หรือส่วนเทคนิค หากสร้างมาไม่ถูกต้องก็ใช้งานไม่ได้ และส่วนประกอบอื่นก็หมดความหมาย ลองนึกถึงถ้วยบอบบางที่รั่วจนกาแฟชั้นดีไหลหมดก่อนคุณได้ดื่ม!
- กาแฟ – คอนเทนต์ของเว็บไซต์คือวัตถุดิบหลัก ซึ่งในตัวอย่างนี้ก็คือกาแฟ เราทุกคนเคยเจอกาแฟแย่ ๆ แล้วไม่กลับไปร้านนั้นอีกเลย ขณะที่เรากลับไปซื้อร้าน ZYX Coffee ซ้ำเพราะกาแฟของเขาอร่อย! คอนเทนต์ของคุณคือกาแฟ
- นมและน้ำตาล – คือ Backlink คุณภาพที่อ้างอิงบนเว็บไซต์ของคุณ ต่อให้กาแฟดีแค่ไหน หลายคนก็ดื่มไม่ได้ถ้าไม่มีนมและน้ำตาล Backlink คือสิ่งที่ทำให้เครื่องดื่มสมบูรณ์แบบและเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์
โดดเด่นเหนือคู่แข่ง
ไม่ว่าคุณจะขายสินค้าหรือบริการอะไร คุณย่อมอยากให้เว็บไซต์ติดอันดับสูง เพื่อที่เมื่อมีคนค้นหาสิ่งที่คุณนำเสนอ เว็บไซต์ของคุณจะแสดงเป็นอันดับแรกหรืออย่างน้อยอยู่ในหน้าแรก เว้นแต่คุณจะอยู่ในตลาดเฉพาะทางมากจนแทบไม่มีคู่แข่ง คุณจำเป็นต้องปรับแต่งเว็บไซต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขั้นแรกเว็บไซต์ต้องถูก Index เสียก่อน เพื่อให้ Google และ Search Engine อื่นรู้ว่าเว็บไซต์ของคุณมีตัวตน
หลังจากถูก Index แล้ว การใช้เทคนิค SEO สายขาว (White Hat) จะช่วยให้คุณมีอันดับสูงขึ้นในหน้าผลการค้นหา (SERPS) ซึ่งจะนำทราฟฟิกเข้าสู่เว็บไซต์ของคุณมากขึ้น จากนั้นคอนเทนต์ที่ตรงประเด็นต้องดึงดูดจินตนาการของผู้อ่าน ซึ่งแทบจะนำไปสู่ Conversion ที่มากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การทำทั้งหมดนี้ให้สำเร็จต้องอาศัยการวางแผนอย่างพิถีพิถัน แต่ถ้าคุณพร้อมทุ่มเท เล่นตามกติกา และยึดแนวปฏิบัติที่ดี คุณก็สามารถโดดเด่นเหนือคู่แข่งได้
Local SEO
Local SEO ช่วยให้บริษัทของคุณปรากฏเด่นชัดขึ้นในผลการค้นหาท้องถิ่นของ Google วิธีปรับแต่งสำหรับการค้นหาท้องถิ่นมีดังนี้:
Google Business: ยืนยันสิทธิ์และปรับแต่งข้อมูล Google Business ของคุณ ตรวจสอบว่าชื่อธุรกิจ ที่ตั้ง เบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ และเวลาทำการถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
คีย์เวิร์ดท้องถิ่น: ควรสอดแทรกลงในคอนเทนต์ของเว็บไซต์ เป็นคำค้นหาที่ระบุสถานที่เฉพาะ เช่น “ร้านกาแฟที่ดีที่สุดใน [เมือง]” หรือ “ช่างประปาใกล้ฉัน”
ความสม่ำเสมอของ NAP: รักษาข้อมูลชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ (NAP) ให้ตรงกันในทุกไดเรกทอรีและแพลตฟอร์มออนไลน์
Local Citations: ลงทะเบียนธุรกิจของคุณในไดเรกทอรีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและไดเรกทอรีออนไลน์ท้องถิ่น
รีวิว: กระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวบน Google, Facebook และแพลตฟอร์มอื่นที่รองรับการรีวิว คอนเทนต์ท้องถิ่น: เขียนเพื่อผู้อ่านในพื้นที่ของคุณ บทความบล็อกเกี่ยวกับอีเวนต์ ข่าวสาร หรือกิจกรรมในอุตสาหกรรมระดับท้องถิ่นล้วนนับรวมอยู่ในส่วนนี้
ควรทำ SEO เองหรือจ้างบริษัท SEO?
ในคู่มือ SEO สำหรับผู้เริ่มต้นแบบทีละขั้นตอนนี้ คุณจะสามารถทำการปรับแต่ง SEO ได้ด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่ จากประสบการณ์ของเรา การเปลี่ยนแปลงที่ดูเหมือนเล็กน้อยสามารถส่งผลต่ออันดับได้อย่างมาก คำถามที่แท้จริงคือ คุณมีเวลาทำหรือไม่ หรือเวลานั้นควรใช้ไปกับด้านอื่นของการบริหารธุรกิจมากกว่า
การรู้และเข้าใจ SEO ในปี 2024 ต้องอาศัยการอ่าน การฝึกฝน และการลองผิดลองถูกอย่างมาก บนอินเทอร์เน็ตมีคู่มือ SEO ฟรีคุณภาพดีอยู่มากมาย แต่คุณต้องหาคู่มือที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญที่รู้จริง ไม่ใช่แค่คิดว่าตัวเองรู้! และเพื่อเสริมการเรียนรู้ ยังมีคอร์สให้เลือกอีกมากมาย รวมถึงคอร์สที่จัดโดย Google และเว็บบินาร์ต่าง ๆ
หากตัดสินใจเรียกใช้ผู้เชี่ยวชาญ ค่าบริการย่อมไม่ถูก และเช่นเดียวกับบริการทั่วไป คุณจะได้ผลลัพธ์ตามที่จ่าย แต่พวกเขาแทบจะแน่นอนว่าสร้างผลลัพธ์ได้เร็วกว่าการลุยด้วยตัวเอง มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ซึ่งเราเคยพูดถึงข้อดีข้อเสียของการจ้างภายนอกไว้ในบทความนี้แล้ว
คำศัพท์ SEO ที่พบบ่อย
หลายคำที่ปรากฏในคู่มือนี้คุณอาจเคยได้ยินมาก่อน แต่ยังไม่รู้ความหมาย ในส่วนนี้เราจะแนะนำแบบคร่าว ๆ โดยไม่ลงลึก เพราะแต่ละคำจะมีคำอธิบายละเอียดขึ้นในตอนถัด ๆ ไปของซีรีส์
On-page SEO
On-page SEO หมายถึงองค์ประกอบบนเว็บไซต์ที่คุณควบคุมและปรับแต่งได้ โดยพื้นฐานคือทุกอย่างที่ทำบนเว็บไซต์ของคุณเอง เน้นที่คอนเทนต์เป็นพิเศษ ให้ได้รับการปรับแต่งทั้งด้านคีย์เวิร์ด ความยาว และการอ้างอิงที่เหมาะสม
คีย์เวิร์ด: ใช้คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมชาติในคอนเทนต์ หลีกเลี่ยงการยัดคีย์เวิร์ด (Keyword Stuffing) ซึ่งอาจนำไปสู่บทลงโทษ
คุณภาพคอนเทนต์: สร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงที่มีคุณค่าและตอบโจทย์ความต้องการและคำถามของกลุ่มเป้าหมาย พร้อมใส่องค์ประกอบมัลติมีเดีย เช่น รูปภาพ วิดีโอ และอินโฟกราฟิก
นอกจากนี้ยังรวมถึงประเด็นเชิงเทคนิคที่เราจะเจาะลึกในบทที่ 3 ซึ่งครอบคลุมหลายเรื่อง อาทิ:
- โครงสร้าง URL
- การใช้ Heading
- Meta Tags
- รูปภาพและ Image SEO
- ข้อมูลเชิงเทคนิคของคอนเทนต์ (ไม่ใช่ตัวข้อความ)
- Structured Data
- ขนาด ความปลอดภัย และความเร็วของเว็บไซต์
- การปรับแต่งสำหรับมือถือ (Mobile Optimisation)

Off-page SEO
Off-page SEO คือกิจกรรมภายนอกเว็บไซต์เพื่อเพิ่ม Authority และชื่อเสียงของเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงการสร้างความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ผ่าน Backlink คุณภาพจากเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง
การได้ Backlink นั้นง่าย แต่การได้ Backlink คุณภาพนั้นยากและใช้เวลามากกว่ามาก ทว่าให้ประโยชน์มากมาย
ทราฟฟิกที่เพิ่มขึ้น: Backlink ช่วยดึงทราฟฟิกแบบ Referral มายังเว็บไซต์เมื่อผู้ใช้คลิกลิงก์ นำไปสู่ผู้เข้าชมที่มากขึ้น การมีส่วนร่วมที่สูงขึ้น และ Conversion ที่มากขึ้น
SEO ที่ดีขึ้น: Backlink เป็นหัวใจของ Off-page SEO และช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับสูงขึ้นในผลการค้นหา
ความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้น: Backlink จากเว็บไซต์คุณภาพสูงทำให้เว็บไซต์ของคุณน่าเชื่อถือมากขึ้น ส่งผลให้มีคนคลิกลิงก์และทราฟฟิกเพิ่มขึ้น
การรับรู้แบรนด์: Backlink ช่วยสร้างสถานะความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมให้เว็บไซต์ของคุณ และเพิ่มการมองเห็นแบรนด์บนโลกออนไลน์
การ Index ที่เร็วขึ้น: บอตของ Search Engine พบเว็บไซต์ของคุณได้เร็วขึ้นเมื่อมี Backlink มากขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบเว็บไซต์ได้เร็วขึ้นตามไปด้วย
ลองพิจารณาวิธีสร้าง Backlink คุณภาพสูงจากเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง โดยเน้นการสร้างความสัมพันธ์ภายในอุตสาหกรรมเพื่อโอกาสสร้างลิงก์แบบธรรมชาติ
เราจะเจาะลึกเรื่องนี้ในบทที่ 6 แต่วิธีการได้ลิงก์คุณภาพเหล่านี้ ได้แก่:
- การส่งเว็บไซต์เข้าไดเรกทอรี
- Guest Posting
- โซเชียลมีเดีย รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์
- Sponsored Posts
- การเขียนคอนเทนต์คุณภาพที่คนอื่นอยากลิงก์ถึงและอ้างอิง

White Hat SEO
เราได้กล่าวถึง White Hat SEO ไปแล้วสั้น ๆ ก่อนหน้านี้ สรุปคือ White Hat SEO เป็นการใช้เทคนิคที่ไม่ขัดต่อกฎของ Search Engine อย่าง Google ซึ่งรวมถึงการเน้นคุณภาพคอนเทนต์และทำทุกอย่างอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์
Black Hat SEO
เทคนิค Black Hat SEO เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการยัดคีย์เวิร์ด การ “ยืม” Backlink จากเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง การคัดลอกคอนเทนต์จากเว็บไซต์อื่น และการใช้ Redirect อย่างไม่เหมาะสม นอกจากจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ธุรกิจและเว็บไซต์แล้ว คุณยังมีแนวโน้มถูก Search Engine ลงโทษอย่างหนัก แม้อาจได้ผลลัพธ์ระยะสั้น แต่ไม่ยั่งยืนแน่นอน
ร้ายแรงถึงขั้นเว็บไซต์ของคุณอาจถูกแบนจากเว็บไซต์อย่าง Google ซึ่งเท่ากับปิดฉาก SEO แบบ Organic ของคุณ แนวปฏิบัติที่ผิดจริยธรรมเหล่านี้ระบุอยู่ใน Webmaster Guidelines ของ Google
Grey Hat SEO
Grey Hat SEO มักเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่ถูกจริยธรรมแต่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ บางครั้ง Google, Bing หรือ Yahoo ก็ไม่ได้ให้คำนิยามที่ชัดเจนในเรื่องนี้ แต่คุณควรหลีกเลี่ยง พูดง่าย ๆ คือ คุณต้องพึ่ง Google มากกว่าที่ Google ต้องพึ่งคุณ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง
ให้ความสำคัญกับ E-E-A-T
ในปี 2024 การแสดงถึง Experience, Expertise, Authoritativeness และ Trustworthiness (E-E-A-T) เป็นหัวใจของความสำเร็จด้าน SEO โดยเฉพาะกับประเด็น Your Money or Your Life (YMYL) ซึ่งเป็นหัวข้อที่อาจกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้ใช้ เช่น การเงินและสุขภาพ อย่างไรก็ตาม Google ให้คุณค่ากับคอนเทนต์ที่สะท้อนคุณสมบัติเหล่านี้ในทุกหัวข้อ วิธีนำ E-E-A-T มาใช้ในกลยุทธ์ SEO มีดังนี้:
Experience: แบ่งปันประสบการณ์จริงและกรณีศึกษาในอุตสาหกรรมของคุณ เช่น คำรับรองจากลูกค้า เรื่องราวความสำเร็จของโปรเจกต์ และตัวอย่างผลงานโดยละเอียด
Expertise: เน้นย้ำความเชี่ยวชาญของทีม ใส่ประวัติผู้เขียนพร้อมคุณวุฒิ และอัปเดตคอนเทนต์เป็นประจำให้สะท้อนเทรนด์และความรู้ล่าสุดในอุตสาหกรรม
Authoritativeness: สร้าง Authority ให้เว็บไซต์ผ่าน Backlink คุณภาพสูงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และแสดงบทบาทผู้นำทางความคิดด้วยการเผยแพร่คอนเทนต์ที่เหมาะกับอุตสาหกรรมของคุณ เช่น บทความเชิงลึก Whitepaper และงานวิจัย
Trustworthiness: ดูแลให้เว็บไซต์ปลอดภัย (ใช้ HTTPS) มีข้อมูลติดต่อชัดเจน และมีนโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการให้บริการ รีวิวและคะแนนจากผู้ใช้ก็ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือเช่นกัน
หากสนใจข้อมูลค่าบริการ SEO ของเรา หรือกำลังทำ SEO ด้วยตัวเองและต้องการคำแนะนำ ติดต่อทีมงานได้ที่ 02 038 5400