Knowledge Base

คีย์เวิร์ด SEO และความสำคัญของการวิจัยคีย์เวิร์ดที่ดีในปี 2024

คีย์เวิร์ด SEO และความสำคัญของการวิจัยคีย์เวิร์ดที่ดี วิธีค้นหา จัดลำดับความสำคัญ และใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม

การทำ SEO What is / explanation อ่าน 6 นาที

หนึ่งในรากฐานสำคัญของ SEO คือการวิจัยคีย์เวิร์ดและทำอย่างถูกวิธี เรื่องนี้อาจซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด เพราะไม่ใช่แค่เลือกคีย์เวิร์ดที่คนค้นหามากที่สุด แต่ต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่ใช่ นั่นคือการหา Niche ของคุณ คีย์เวิร์ดที่เหมาะกับ Niche นั้น และคีย์เวิร์ดที่สามารถติดอันดับสูงได้ภายใต้งบประมาณของคุณ

ในฐานะบริษัท SEO ในกรุงเทพฯ เรารู้ดีว่าการสร้างคอนเทนต์โดยไม่วิจัยคีย์เวิร์ดนั้นไม่ได้ผล คุณอาจเขียนคอนเทนต์ได้ยอดเยี่ยม แต่หากไม่ได้ปรับแต่งอย่างเหมาะสมก็ยากจะเห็นผลลัพธ์และทราฟฟิกจะต่ำ เพราะท้ายที่สุดแล้ว คีย์เวิร์ดคือสิ่งที่ขับเคลื่อนทราฟฟิกเข้าสู่เว็บไซต์ของคุณ

วิธีค้นหาคีย์เวิร์ด

ไม่มีกฎตายตัวว่าต้องหาคีย์เวิร์ดอย่างไร เพราะมีวิธีที่ได้ผลอยู่หลายทาง วิธีเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุดคือกำหนด “Seed Keywords” ก่อน จากนั้นจึงหาวลีที่เกี่ยวข้องมาใช้ในคอนเทนต์ เช่น หากคุณเปิดร้านชุดแต่งงาน คำอย่าง “ชุดแต่งงาน” “ชุดเพื่อนเจ้าสาว” หรือ “ลองชุดแต่งงาน” ล้วนเหมาะสม

ใช้ Google

ตามที่กล่าวในส่วนก่อนหน้า วิธีนี้อาจดูพื้นฐาน แต่การพิมพ์คำสั้น ๆ ลงในช่องค้นหาของ Google แล้วดูว่า Autocomplete แนะนำอะไร หรือใช้ “People Also Ask” และ “People Also Search For” จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าผู้ใช้กำลังค้นหาอะไร

เป็นวิธีที่รวดเร็วและให้ทั้งไอเดียคีย์เวิร์ดและชื่อบทความบล็อกได้หลายรายการ

เครื่องมือคีย์เวิร์ด

มีเครื่องมือคีย์เวิร์ดฟรีจำนวนมากที่สร้างคีย์เวิร์ดได้เป็นร้อยรายการจาก Seed Keyword แม้จะออกแบบมาเพื่อ PPC เป็นหลัก แต่ Google Keyword Planner ก็เป็นเครื่องมือชั้นเยี่ยม เช่นเดียวกับ AnswerThePublic แม้จะจำกัดจำนวนการค้นหาต่อวัน สำหรับคนส่วนใหญ่ เครื่องมือฟรีก็เพียงพอ แต่หากมีคีย์เวิร์ดที่ต้องพิจารณาหลายร้อยรายการ อาจต้องใช้เครื่องมือที่จริงจังกว่านั้น

Google KW Planner

เครื่องมือแบบเสียเงินอย่าง Ahrefs, SEMrush หรือ Moz ให้อินไซต์มากกว่ามาก ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรเจาะคีย์เวิร์ดไหน แม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่ช่วยประหยัดเวลาได้หลายชั่วโมง และหากใช้อย่างถูกวิธีจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ

วิธีวิเคราะห์คู่แข่ง

การรู้ว่าคู่แข่งกำลังทำอะไรเป็นสิ่งจำเป็นใน SEO การเข้าใจว่าพวกเขาติดอันดับด้วยคีย์เวิร์ดใดช่วยให้คุณวางกลยุทธ์ได้ ซึ่งอาจต้องลงทุนกับเครื่องมือคีย์เวิร์ดคุณภาพสูง แต่ในช่วงสัปดาห์และเดือนถัดไป จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า

แพลตฟอร์มค้นหาอื่น ๆ

หลายคนคงทราบว่า YouTube ถูกยกให้เป็นเครื่องมือค้นหายอดนิยมอันดับสอง แม้ในทางเทคนิคจะไม่ใช่ Search Engine ก็ตาม เป็นช่องทางชั้นดีในการดูว่าผู้คนถามอะไรเกี่ยวกับ Niche ของคุณ และให้ไอเดียทั้งด้านคอนเทนต์และคีย์เวิร์ด แพลตฟอร์มอื่นที่มีประโยชน์สำหรับการวิจัยคีย์เวิร์ด ได้แก่:

  • Amazon (สำหรับ e-Commerce ระดับโลก) – เป็น “Search Engine” ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก
  • TikTok (ด้วยเหตุผลคล้าย YouTube โดยเฉพาะหากกลุ่มเป้าหมายของคุณอายุน้อย)
  • Wikipedia
  • Quora
  • Reddit
  • ฟอรัมในอุตสาหกรรมหรือฟอรัมที่เกี่ยวข้องกับ Niche ของคุณ

Keyword Metrics

หมดยุคที่นักเขียนคอนเทนต์สนใจแค่คีย์เวิร์ดที่มีปริมาณการค้นหาสูงสุดแล้ว คุณควรมุ่งไปที่คีย์เวิร์ดที่ต้องการติดอันดับจริง ๆ เพราะจะเกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ หรือ Niche ของคุณมากกว่า

คุณอาจติดอันดับสูงในคำที่คนค้นหาบ่อย แต่หากในความเป็นจริงคำนั้นแทบไม่เกี่ยวกับสิ่งที่คุณนำเสนอ ก็แทบไร้ประโยชน์ อัลกอริทึมของ Google ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ และมักลงโทษคอนเทนต์ที่ไม่ตรงประเด็น ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ SEO ย่ำแย่

Google RankBrain คืออะไร?

RankBrain เปิดตัวในปี 2015 และยังคงเป็นแกนหลักของอัลกอริทึมการค้นหาของ Google ในปี 2024 โดยมีความสำคัญเพิ่มขึ้นตามเวลา RankBrain ใช้ Machine Learning และปัญญาประดิษฐ์เพื่อเข้าใจเจตนาเบื้องหลังการค้นหาของผู้ใช้ได้ดีขึ้น พัฒนาการนี้ทำให้ผล SERP ของ Google ตรงประเด็นและสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้ใช้มากขึ้น

คีย์เวิร์ดแบบ Long-tail

คีย์เวิร์ดแบบ Long-tail ย่อมมีปริมาณการค้นหาต่ำกว่า แต่นี่คือโอกาสมากกว่าอุปสรรค คีย์เวิร์ดแบบ Long-tail และ Middle-tail มักตรงประเด็นมากกว่า และผู้ที่เข้าเว็บไซต์ผ่านคำเหล่านี้มีแนวโน้มมีส่วนร่วมกับคุณมากกว่า ผลคือ Conversion Rate สูงขึ้น ซึ่งก็คือสิ่งที่คุณต้องการอยู่แล้ว

google suggest long tail

การหาสมดุลระหว่างจำนวนการค้นหาต่อเดือนกับความเกี่ยวข้องอาจเป็นเรื่องท้าทาย และนี่คือจุดที่เมตริก Keyword Difficulty เข้ามามีบทบาท

ในปี 2024 คีย์เวิร์ดแบบ Long-tail ยิ่งทวีความสำคัญ เพราะ Voice Search เติบโตต่อเนื่อง และผู้ใช้มักถามด้วยประโยคเต็มแบบบทสนทนา

Keyword Difficulty

เมื่อเลือกคีย์เวิร์ด คุณต้องประเมินตามจริงว่าจะติดอันดับสูงได้ยากแค่ไหน แน่นอนว่าคำทั่วไปมาก ๆ นั้นยากอย่างยิ่ง ทั้งการติดอันดับสูงในครั้งแรกและการรักษาอันดับให้ต่อเนื่อง เมตริก Keyword Difficulty จะช่วยประเมินโอกาสในการติดหน้าแรก เครื่องมืออย่าง Ahrefs มีคะแนน Keyword Difficulty (KD) ที่จัดระดับความยากตั้งแต่ 0 ถึง 100

KW Difficulty

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือแต่ละตัวอาจให้คะแนน KD ต่างกัน คุณอาจใช้สามเครื่องมือกับคีย์เวิร์ดเดียวกันแล้วได้คะแนนต่างกันทุกตัว (บางครั้งต่างกันถึง 50%) สาเหตุคือแต่ละเครื่องมือใช้อัลกอริทึมของตัวเองและแทบจะแน่นอนว่าใช้วิธีคำนวณคนละชุด ดังนั้นเมื่อทำ SEO เราแนะนำอย่างยิ่งให้ยึดเครื่องมือเดียว เพื่อให้เปรียบเทียบบนมาตรฐานเดียวกัน

Search Intent ในปี 2024

หนึ่งในส่วนสำคัญที่สุดของการวิจัยคีย์เวิร์ดคือการวิเคราะห์ SERPs ซึ่งช่วยให้คุณได้ข้อมูลสำคัญสองอย่าง:

  1. คุณจะรู้ว่าใครครองอันดับหนึ่งบน SERP และวางกลยุทธ์เพื่อท้าชิงได้
  2. คุณจะเข้าใจเจตนาเบื้องหลังการค้นหา หรือที่เรียกว่า Search Intent

การระบุ Search Intent เป็นสิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้คุณปรับแต่งผิดคำ ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ค้นหา “วิธีอบเค้ก” ชัดเจนว่าต้องการสูตร ไม่ใช่ร้านขายเค้กออนไลน์

ตามที่ระบุไว้ในบทที่ 2 Search Intent มีหลายรูปแบบ การจับคู่คีย์เวิร์ดกับ Intent ที่ถูกต้องช่วยยกระดับ SEO ได้อย่างมาก:

  • Navigational – ผู้ใช้ค้นหาเว็บไซต์หรือแบรนด์ที่เจาะจง เช่น “Nike”
  • Informational – ผู้ใช้ต้องการข้อมูลเฉพาะ เช่น “วิธีอบเค้ก”
  • Transactional – ผู้ใช้ต้องการซื้อสินค้า เช่น “ซื้อ Nike Air”
  • Commercial – ผู้ใช้กำลังหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น “รีวิว iPhone 16 Pro”

สำหรับ SEO ของเว็บไซต์ คุณต้องมองภาพอย่างมีสัดส่วน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีบล็อกเกี่ยวกับเบอร์เกอร์กูร์เมต์ การทุ่มเวลาและเงินทั้งหมดเพื่อติดอันดับหนึ่งของคำว่า “เบอร์เกอร์” แทบไม่มีประโยชน์ เพราะคุณจะแข่งโดยตรงกับ McDonald's และ Burger King ทั้งที่สิ่งที่คุณนำเสนอต่างกันมาก

น้อยคนที่ค้นหาคำว่า “เบอร์เกอร์” เพียงคำเดียว ส่วนใหญ่คำนี้เป็นส่วนหนึ่งของวลี Long-tail เช่น “กินเบอร์เกอร์อร่อยที่ไหนดีในกรุงเทพฯ” ซึ่งน่าจะตรงประเด็นกว่า ในมุมของ Conversion การติดอันดับต้น ๆ ในผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องสำคัญกว่าการติดอันดับสูงในคีย์เวิร์ดที่คนค้นหาบ่อยมาก

หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการวิจัยคีย์เวิร์ด

ข้อผิดพลาดหนึ่งที่มือใหม่ SEO มักทำคือการมุ่งไปที่คีย์เวิร์ดปริมาณการค้นหาสูงโดยไม่พิจารณาความเกี่ยวข้องหรือความยาก อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ให้เน้นคีย์เวิร์ดแบบ Long-tail ที่มีแนวโน้มนำทราฟฟิกที่ตรงกลุ่มเข้ามามากกว่า

Single word KWs

อีกปัญหาที่พบบ่อยคือการตีความข้อมูลผิด ตัวอย่างเช่น อย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้าในบทนี้ Google Keyword Planner ออกแบบมาเพื่อ Google Ads ดังนั้นเมื่อระบบแสดงคำว่า “Competition” จึงหมายถึงการแข่งขันของคีย์เวิร์ดนั้นในโฆษณา Google ไม่ได้บอกว่าการติดอันดับแบบ Organic ของคีย์เวิร์ดนั้นยากแค่ไหน

Keyword Stuffing

การยัดคีย์เวิร์ด (Keyword Stuffing) เป็นอีกกับดักที่นักเขียนคอนเทนต์มือใหม่หลายคนติด นั่นคือการใช้คีย์เวิร์ดเดิมซ้ำ ๆ ในบทความจนผู้อ่านดูออกทันทีว่าคีย์เวิร์ดคืออะไร ทางที่ดีควรเลือก Focus Keyword หนึ่งคำ และใช้ในตำแหน่งเหล่านี้เท่าที่ทำได้:

  • ชื่อเรื่อง/พาดหัว
  • Title Tag และ Meta Description
  • หนึ่งในสองย่อหน้าแรก
  • อีกไม่เกินสองสามครั้งในเนื้อหาหลักของบทความ

Google ให้ความสำคัญกับคุณภาพของคอนเทนต์ หมายถึงต้องอ่านง่าย เขียนดี และให้อินไซต์ มีการตั้งข้อสังเกตด้วยซ้ำว่าคุณอาจติดอันดับในคีย์เวิร์ดที่ไม่ได้อยู่ในข้อความเลย! แทนที่จะใช้คีย์เวิร์ดเดิมซ้ำ ๆ เราแนะนำให้ใช้คีย์เวิร์ดแบบ Latent Semantic Indexing (LSI)

LSI Keywords

คีย์เวิร์ดแบบ Latent Semantic Indexing (LSI) คือคำที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดหลักของคุณ มักเปลี่ยนไปตามเทรนด์ปัจจุบันแต่ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้เนื้อหา ในปี 2024 เครื่องมืออย่าง LSI Graph ยังคงมีประโยชน์ในการหาคำเหล่านี้

Keyword Mapping

Keyword Mapping คือกระบวนการกำหนดว่าคีย์เวิร์ดใดควรเจาะที่หน้าไหน เป็นขั้นตอนสำคัญของทุกแคมเปญ SEO เพราะคุณต้องมั่นใจว่าคีย์เวิร์ดไม่ทับซ้อนกันจนเกิด ‘Keyword Cannibalisation’ ซึ่งคือการมีมากกว่าหนึ่งหน้าที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดเดียวกัน ทำให้ Google สับสนและอาจส่งผลให้อันดับตกในที่สุด เราอธิบาย Keyword Mapping โดยละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

อัปเดตสำคัญด้าน SEO ปี 2024

E-E-A-T: Google ขยายการให้ความสำคัญกับ Experience, Expertise, Authoritativeness และ Trustworthiness (E-E-A-T) เมื่อวิจัยคีย์เวิร์ดเพื่อสร้างคอนเทนต์ คุณต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอย่างสุขภาพ การเงิน และกฎหมาย

AI และ Natural Language Processing: เมื่อคอนเทนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเทคโนโลยีประมวลผลภาษาธรรมชาติก้าวหน้าขึ้น การใช้เครื่องมืออย่าง ChatGPT ช่วยในการวิจัยคีย์เวิร์ดจะเพิ่มความตรงประเด็นและการจับคู่ Search Intent ได้ดีขึ้น

ติดต่อเรา

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิจัยคีย์เวิร์ด หรือเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับ SEO และการตลาดดิจิทัล ติดต่อเราได้ที่ 02 038 5400