On-site SEO มีวิวัฒนาการอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากอยากทำ SEO ให้โดดเด่นในปี 2024 คุณต้องคุ้นเคยกับแนวปฏิบัติล่าสุดอย่างถ่องแท้ ต่างจากเมื่อห้าปีก่อนที่ On-site SEO เน้นแค่ Meta Tags พาดหัว และคอนเทนต์ที่มักถูกปรับแต่งเกินจนอ่านไม่รู้เรื่อง แนวทางปัจจุบันประณีตกว่ามาก เช็กลิสต์เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เป็นหนึ่งในแง่มุมของ SEO ที่เปลี่ยนแปลงเร็วที่สุด
Search Engine โดยเฉพาะ Google มีอัลกอริทึมที่ซับซ้อนซึ่งให้น้ำหนักกับการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และคุณภาพคอนเทนต์มากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะเอเจนซี่การตลาดดิจิทัล เราดูแลให้คอนเทนต์มีคุณภาพตามเกณฑ์เหล่านี้ เราเข้าใจมิติความเป็นมนุษย์ในงานของเราอย่างเต็มที่ และรู้ว่าการมีส่วนร่วมของผู้ใช้คือกุญแจสำคัญ ผลลัพธ์จากงาน On-site ของเราชัดเจนกว่าที่เคย ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าให้คุณค่าและเราภาคภูมิใจ
Meta Tags คืออะไร?
Meta Tags เป็นองค์ประกอบสำคัญของโค้ด HTML ที่อธิบายเนื้อหาของหน้าเว็บ Meta Tags ที่สำคัญที่สุดคือ Meta Title, H1 และ Meta Description แม้ความสำคัญเชิงเทคนิคจะลดลง แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะต่ออัตราการคลิก (CTR) และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้
ตรงข้ามกับความเชื่อที่แพร่หลาย การยัดคีย์เวิร์ดใน Description ไม่มีผลต่ออันดับ แต่ Meta Description ที่เขียนอย่างประณีตสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมผู้ใช้ได้อย่างมาก
การทำตามข้อกำหนดของอัลกอริทึม Google เป็นเรื่องสำคัญ แต่การตอบโจทย์ผู้อ่านที่เป็นมนุษย์ก็สำคัญไม่แพ้กัน การอัปเดตล่าสุดของ Google เรื่องวิธีสร้าง Title และ Description ตอกย้ำความสำคัญของความตรงประเด็น เครื่องมืออย่าง Yoast ให้คำแนะนำที่ดีเยี่ยมในการปรับปรุงด้านเทคนิคของคอนเทนต์ แต่ไม่อาจจับมิติความเป็นมนุษย์ได้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อปรับแต่ง SEO ให้ใส่ใจทั้งความถูกต้องทางเทคนิคและความน่าสนใจต่อผู้ใช้อย่างเท่าเทียมกัน
เช็กลิสต์ On-site SEO
เนื่องจากเว็บไซต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันสร้างบน WordPress เราจะเน้นที่แพลตฟอร์มนี้ แต่หลักการใช้ได้กับระบบจัดการคอนเทนต์ (CMS) ทุกตัว
ผู้คนกำลังค้นหาอะไร?
ก่อนเริ่มเขียน คุณต้องรู้ว่าผู้คนกำลังค้นหาอะไร คุณอาจเขียนคอนเทนต์ได้เยี่ยมยอด แต่ถ้าไม่มีใครค้นหาหัวข้อนั้น ความพยายามก็สูญเปล่า เมื่อรู้แล้วว่าผู้คนค้นหาอะไร ให้คิดต่อว่าจะเขียนอย่างไรให้มีมุมมองแปลกใหม่หรือให้ข้อมูลที่แตกต่าง
เนื้อหาต้องถูกต้องตามข้อเท็จจริง แต่ลองคิดดูว่าคุณจะเพิ่มคุณค่าหรือนำเสนอสิ่งที่ดึงความสนใจผู้อ่านได้อย่างไร และแน่นอนว่าจังหวะเวลาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์ตรงประเด็นยิ่งขึ้น
ทั้ง Landing Page และบล็อกต่างต้องอาศัยการวิจัยคีย์เวิร์ดในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นหัวข้อที่เราจะเจาะลึกในบทที่ 5
1. Title Tags และพาดหัว
พาดหัวเป็นกุญแจดึงดูดความสนใจผู้อ่านมาโดยตลอด และยังคงเป็นเช่นนั้นในปี 2024 การเขียน Title Tag พาดหัว และ Meta Description ที่น่าคลิกเป็นสิ่งจำเป็น ใส่ Focus Keyword หลักของคุณทุกครั้งที่ทำได้ เพื่อช่วยให้ทั้งผู้ใช้และ Search Engine เข้าใจว่าหน้าเว็บของคุณเกี่ยวกับอะไร นอกจากนี้ การใส่ Call-to-Action (CTA) ใน Meta Description ยังช่วยเพิ่ม Conversion Rate ได้อย่างมาก

เป้าหมายคือการโน้มน้าวโดยไม่ยัดเยียด คุณอยากให้ทั้ง Search Engine และผู้ใช้รู้สึกอยากคลิกเข้าเว็บไซต์ของคุณ การเข้าถึงผู้ใช้ปลายทางคือสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นตรวจสอบให้ Title, Description และพาดหัวสอดคล้องกับภาพลักษณ์ที่ต้องการสื่อ
หมั่นสังเกตว่าคู่แข่งทำอะไรและค้นหาว่าอะไรได้ผล การนำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้ในกลยุทธ์ SEO ของคุณไม่ใช่เรื่องน่าอาย
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Title Tags และพาดหัว:
- Title ควรสั้นกว่า 60 ตัวอักษร และ Meta Description ไม่เกิน 130 ตัวอักษร เพราะเป็นความยาวที่จะแสดงในผลการค้นหาของ Google (บนมือถือ)
- ใช้โครงสร้างของ H1 และ H2 อย่างถูกต้อง ให้อ่านง่ายและเข้าใจง่าย
- ใช้ปลั๊กอิน WordPress และเครื่องมืออย่าง Yoast SEO เพื่อประเมินการปรับแต่ง Meta Tag
2. ทำ URL ให้เป็นมิตรกับ SEO

สำหรับ SEO URL ควรสัมพันธ์กับเนื้อหาของหน้าและมีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ตัวอักษรสุ่ม ตัวอย่างเช่น แทนที่จะใช้ URL แบบ www.abctrading.com/2024/post256e7a357g8 ให้ใช้แบบ www.abctrading.com/how-to-peel-an-onion แทน

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ URL:
- ใส่คีย์เวิร์ดใน URL ทุกครั้งที่ทำได้
- แม้ความยาวของ URL ยังเป็นที่ถกเถียง แต่ให้เน้นประสบการณ์ผู้ใช้และความเกี่ยวข้องมากกว่าจำนวนคำ
3. มัลติมีเดีย
มัลติมีเดีย ทั้งวิดีโอ รูปภาพ อินโฟกราฟิก และชาร์ต มีบทบาทสำคัญต่อ SEO โดยช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและลด Bounce Rate โดยเฉพาะ Live Streaming และคอนเทนต์วิดีโอที่ได้รับความนิยมสูง มักสร้างยอดแชร์ ไลก์ และคอมเมนต์มากกว่า ซึ่งช่วยเสริม SEO ของคุณทางอ้อมได้
ประเด็นสำคัญด้านมัลติมีเดีย:
- ปรับแต่งรูปภาพทั้งหมด ทั้งขนาดไฟล์ Alt Attribute และชื่อไฟล์
- ฝังมัลติมีเดียแบบอินเทอร์แอกทีฟ เช่น วิดีโอและชาร์ต
- ใส่ Transcript ให้กับวิดีโอ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและการใช้คีย์เวิร์ด
4. ลิงก์ – Internal และ Outbound
การใช้ลิงก์ในบล็อกและ Landing Page เป็นส่วนสำคัญของ SEO ลิงก์ขาออก (Outbound) ไปยังแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องและมี Authority จะส่งสัญญาณความเกี่ยวข้องไปยัง Google ขณะที่ Internal Link ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ เพราะคุณสามารถลิงก์ไปยังหน้าหรือบทความอื่นภายในเว็บไซต์ได้ ลิงก์ยังมีบทบาทช่วยให้บอตของ Google รู้จักและเข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเช่น หนึ่งในคีย์เวิร์ดเป้าหมายหลักของเราคือ SEO Company Bangkok เราจึงลิงก์คำนี้กลับไปยังหน้าเป้าหมายของคีย์เวิร์ดดังกล่าว
ประเด็นสำคัญสำหรับลิงก์ Internal และ Outbound
- ประเด็นสำคัญสำหรับลิงก์ Internal และ Outbound
- ลิงก์ขาออกช่วยเสริมประสบการณ์ผู้ใช้ และแสดงให้ Search Engine เห็นว่าข้อมูลอ้างอิงมาจากที่ใด
- ตั้งเป้าใส่ Internal Link 2-3 ลิงก์ต่อคอนเทนต์หนึ่งชิ้น ขึ้นอยู่กับความยาว
- ตรวจสอบลิงก์เสียอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงเทคนิค Black Hat SEO
- ใช้โมเดล “Topic Cluster” ในการทำ Internal Link เพื่อปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์
ใช้โมเดล “Topic Cluster” ในการทำ Internal Link

5. เปิดพื้นที่ให้ผู้คนมีส่วนร่วม
แม้คอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยมจะถูกแชร์อยู่แล้ว แต่ข้อมูลจาก Optinmonster ระบุว่า 59% ของคนอาจแชร์บทความบล็อกโดยไม่ได้อ่านก่อน ดังนั้นให้ใส่ปุ่มแชร์ในทุกคอนเทนต์เพื่อให้แชร์ได้ง่ายขึ้น โซเชียลมีเดียหลักยังคงเป็น Twitter, Facebook, Instagram และ LinkedIn แต่เครือข่ายโซเชียลเฉพาะทางอย่าง Reddit และ Pinterest ก็ไม่ควรมองข้าม
เช็กลิสต์ On-page (Technical) SEO
Technical SEO เน้นการปรับแต่งระบบหลังบ้านของเว็บไซต์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและอันดับบน Search Engine งานเทคนิคส่วนใหญ่ต้องอาศัยความรู้ด้านพัฒนาเว็บและการเขียนโค้ดอยู่บ้าง แต่ WordPress ช่วยแบ่งเบางานหนักให้ได้บางส่วน
ส่วนสำคัญของ Technical On-page SEO ที่ควรให้ความสำคัญมีดังนี้:
1. Google Search Console
การติดตั้งและเชื่อมต่อ Google Search Console ควรอยู่ในลำดับความสำคัญแรกสุด เป็นเครื่องมือเรียบง่ายแต่ทรงพลังที่ช่วยติดตามและดูแลสถานะเว็บไซต์ของคุณบน Google คุณสามารถวิเคราะห์อันดับคีย์เวิร์ด บทลงโทษจาก Google และ CTR รวมถึงข้อมูลเชิงเทคนิคที่มีประโยชน์อีกมากมายที่ใช้ประกอบกลยุทธ์ SEO โดยรวมได้
Google Search Console ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเหมาะสมกับมือถือ (Mobile Usability) การเลือกว่าต้องการให้อะไรถูก Index ข้อผิดพลาดบนเว็บไซต์ รวมถึงข้อผิดพลาดของ Structured Data และลิงก์เสีย โดยพื้นฐานแล้วมันช่วยทำงานที่กินเวลาหลายอย่างให้เป็นอัตโนมัติ

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Google Search Console
- แต่ละเว็บไซต์ต้องผ่านการยืนยันก่อนจึงจะเข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้
- ใช้ Google Analytics ควบคู่กับ Search Console
2. ความเร็วของเว็บไซต์
ความเร็วเว็บไซต์สำคัญกว่าที่เคย ข้อมูลจาก Kissmetrics ระบุว่า 47% ของผู้ใช้เว็บไซต์คาดหวังให้หน้าเว็บโหลดภายในไม่ถึงสองวินาที และหากนานกว่าสามวินาที ผู้ใช้ 40% จะไปดูเว็บไซต์อื่น Google ใช้ความเร็วหน้าเว็บเป็นปัจจัยจัดอันดับ การปรับแต่งเวลาโหลดของเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งจำเป็น
ประเด็นสำคัญเรื่องความเร็วเว็บไซต์
- ใช้ PageSpeed Insights ทดสอบความเร็วเว็บไซต์ของคุณ
- การปรับแต่งคือหัวใจ ทั้งการปรับขนาดรูปภาพ ใช้การบีบอัด HTML, GZIP Compression, การ Minify JS และ CSS และพยายามลดเวลาตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์เมื่อเป็นไปได้
เลือกใช้ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพราะส่งผลต่อความเร็วเว็บไซต์โดยตรง
(LCP คือเมตริก Core Web Vitals ที่วัดว่าเนื้อหาหลักของหน้าเว็บโหลดเร็วแค่ไหน ส่วน FCP หมายถึงส่วนใดก็ตามของเนื้อหาบนหน้า)
3. การปรับแต่งสำหรับมือถือ
เมื่อการค้นหาบนมือถือมีมากกว่าบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป เว็บไซต์ของคุณจึงต้องถูกปรับแต่งสำหรับมือถือ มิฉะนั้นจะกระทบต่ออันดับ Google เปิดตัว Mobile-first Indexing ครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2018 โดยใช้เวอร์ชันมือถือของเว็บไซต์ในการ Index ดังนั้นหากเว็บไซต์ของคุณไม่มีเวอร์ชันมือถือ คุณจะเสียเปรียบอย่างมาก
ประเด็นที่ควรพิจารณาสำหรับการปรับแต่งมือถือ
- ทดสอบการแสดงผลแบบ Responsive ของเว็บไซต์ได้ด้วย Mobile-Friendly Test
- ตรวจสอบว่าคีย์เวิร์ดของคุณติดอันดับอย่างไรบนมือถือ
- ตรวจสอบเป็นประจำว่าเวอร์ชันมือถือของเว็บไซต์ทำงานถูกต้อง
- ใช้ Accelerated Mobile Pages (AMP) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของโค้ด HTML
4. Sitemap
Although only a minority of users will ever use your sitemap, it is one of the few areas of your website that will be focused more on the search engines needs rather than the needs of the user. It will help bots to crawl your site and is particularly useful if you have a large site that is rich in media content. It won’t improve your rankings, nor will you be penalised for not having one, but it is always beneficial to assist Google wherever possible!
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Sitemap
- ไม่จำเป็นต้องมีเสมอไป
- ไม่จำเป็นต้องเป็น XML Sitemap เท่านั้น
- ไม่ควรมีเกิน 50,000 URLs หรือมีขนาดใหญ่กว่า 50MB
- Root Directory ควรเป็น https://abctrading.com/sitemap.xml
5. Robots.txt
ไฟล์ robots.txt เป็นสิ่งจำเป็นในการควบคุมว่าบอตของ Search Engine เข้าถึงส่วนใดของเว็บไซต์ได้บ้าง ใช้เพื่อป้องกันการ Index หน้าหรือทรัพยากรที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้หรือ Search Engine
ไวยากรณ์ของ robots.txt:
User-agent: * (เช่น Googlebot)
Disallow: / (เช่น /images/onion.png)
ประเด็นสำคัญ
ตรวจสอบให้ไฟล์ถูกตั้งค่าอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ Crawler หรือมัลแวร์ใช้ประโยชน์จากไฟล์นี้
ข้อควรระวัง: อย่าใช้ robots.txt เพื่อซ่อนคอนเทนต์ที่ควรถูก Index
ประเด็นสำคัญ
- อย่าใช้เป็นช่องทางซ่อนคอนเทนต์จาก Search Engine เด็ดขาด เพราะเข้าข่ายเทคนิค Black Hat SEO!
- ทั้ง Crawler และมัลแวร์ไม่ควรสามารถเจาะผ่าน robots.txt ได้
เทคนิค Technical SEO ที่มีประโยชน์
ขั้นแรกคือการวิเคราะห์สถานะปัจจุบันของเว็บไซต์อย่างละเอียด มีเครื่องมือให้ใช้มากมาย Ahrefs เป็นหนึ่งในตัวโปรดของเรา เช่นเดียวกับ Screaming Frog ดู Top 5 เครื่องมือ SEO ของเราได้ที่นี่
หากติดตั้ง Google Tag Manager คุณจะจัดการแท็กขั้นสูงได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งนักพัฒนาเว็บราคาแพง
ดูแลให้เว็บไซต์ปลอดภัยด้วย HTTPS แทน HTTP เสมอ ทั้ง Google และผู้ใช้ให้คุณค่ากับความปลอดภัยสูง และเว็บไซต์ที่ไม่มีใบรับรอง SSL จะถูก Chrome ติดป้ายว่า “Not Secure”
URL/IP Canonicalisation: เว็บไซต์ควรถูก Index ทั้งภายใต้ชื่อโดเมนและ IP Address ซึ่งหมายความว่า:
abctrading.com และ abctrading.com/ ควรชี้ไปยัง URL เดียวกัน
หากคุณยังสับสนกับด้านเทคนิคของ On-site SEO หรือไม่แน่ใจว่าควรผลิตคอนเทนต์แบบไหน พูดคุยกับทีมงานได้ที่ 02 038 5400
- 1. Meta Tags คืออะไร?
- 2. เช็กลิสต์ On-site SEO
- 2.1. Title Tags และพาดหัว
- 2.2. ทำ URL ให้เป็นมิตรกับ SEO
- 2.3. มัลติมีเดีย
- 2.4. ลิงก์ – Internal และ Outbound
- 2.5. เปิดพื้นที่ให้ผู้คนมีส่วนร่วม
- 3. เช็กลิสต์ On-page (Technical) SEO
- 3.1. Google Search Console
- 3.2. ความเร็วของเว็บไซต์
- 3.3. การปรับแต่งสำหรับมือถือ
- 3.4. Sitemap
- 3.5. Robots.txt
- 4. เทคนิค Technical SEO ที่มีประโยชน์