Knowledge Base

Digital Marketing Glossary: รวม 100 คำศัพท์การตลาดดิจิทัลที่ควรรู้

คำอธิบายแบบเข้าใจง่ายของ 100 คำศัพท์การตลาดดิจิทัลที่พบบ่อยที่สุด ตั้งแต่ A/B Testing ไปจนถึง View-through Conversion

ทั่วไป Glossary & definitions อ่าน 9 นาที

การตลาดดิจิทัลมีคำศัพท์เฉพาะของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังอ่านรายงานแคมเปญ นักการตลาดที่ทำงานร่วมกับเอเจนซี่ หรือผู้ที่เพิ่งเข้าสู่วงการ อภิธานศัพท์นี้รวบรวม 100 คำที่คุณมีโอกาสพบบ่อยที่สุด โดยเขียนคำอธิบายทั้งหมดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย

A

A/B testing: วิธีเปรียบเทียบโฆษณา Landing Page หรืออีเมล 2 เวอร์ชันเพื่อดูว่าแบบใดได้ผลดีกว่า โดยเปลี่ยนตัวแปรเพียงหนึ่งอย่างระหว่างสองเวอร์ชัน (เช่น พาดหัวหรือรูปภาพ) แล้วใช้ข้อมูลผลลัพธ์เป็นตัวตัดสินผู้ชนะ

Ad auction: กระบวนการแบบเรียลไทม์ที่ตัดสินว่าโฆษณาใดจะแสดงต่อผู้ใช้และเรียงลำดับอย่างไร บน Google และ Meta ตำแหน่งโฆษณาถูกกำหนดจากราคา Bid ประกอบกับคะแนนคุณภาพ ไม่ใช่ราคา Bid เพียงอย่างเดียว

Ad creative: องค์ประกอบด้านภาพและข้อความของโฆษณา ทั้งรูปภาพหรือวิดีโอ พาดหัว ข้อความหลัก และ Call to Action

Ad fatigue: ภาวะที่ประสิทธิภาพโฆษณาลดลงเมื่อกลุ่มเป้าหมายเดิมเห็นโฆษณาเดิมซ้ำมากเกินไป อาการที่พบคือ Click-through Rate ลดลงและต้นทุนต่อผลลัพธ์สูงขึ้น

Algorithm: ชุดกฎที่แพลตฟอร์มใช้กำหนดวิธีจัดอันดับ กระจาย หรือแสดงคอนเทนต์ต่อผู้ใช้ อัลกอริทึมการค้นหาของ Google จัดอันดับหน้าเว็บ ส่วนอัลกอริทึมฟีดของ Meta กำหนดว่าอะไรจะปรากฏในฟีดโซเชียลของผู้ใช้

Attribution: กระบวนการให้เครดิต Conversion แก่จุดสัมผัสทางการตลาด (Touchpoint) ที่มีส่วนทำให้เกิด Conversion นั้น โมเดล Attribution แต่ละแบบ (Last Click, First Click, Data-driven) กระจายเครดิตต่างกัน

Audience: กลุ่มคนที่ผู้ลงโฆษณาต้องการเข้าถึง สามารถกำหนดได้จากข้อมูลประชากร ความสนใจ พฤติกรรม หรือการมีปฏิสัมพันธ์ก่อนหน้ากับเว็บไซต์หรือแอปของคุณ

B

Backlink: ลิงก์จากเว็บไซต์หนึ่งไปยังอีกเว็บไซต์หนึ่ง Backlink จากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อ SEO เพราะแสดงว่าเว็บไซต์อื่นเห็นว่าคอนเทนต์ของคุณน่าเชื่อถือและควรค่าแก่การอ้างอิง

Bid: จำนวนเงินสูงสุดที่ผู้ลงโฆษณายินดีจ่ายต่อคลิก ต่อ Impression หรือต่อ Conversion ในการประมูลโฆษณา แพลตฟอร์มส่วนใหญ่ใช้กลยุทธ์ Bid อัตโนมัติที่ปรับราคาให้เหมาะกับเป้าหมายที่กำหนดไว้

Bounce rate: ใน Google Analytics หมายถึงเซสชันที่ผู้ใช้เข้าชมเพียงหน้าเดียวบนเว็บไซต์แล้วออกไป Bounce Rate ที่สูงบน Landing Page อาจบ่งชี้ว่าโฆษณากับเนื้อหาบนหน้าเว็บไม่สอดคล้องกัน

Brand awareness: วัตถุประสงค์แคมเปญที่มุ่งเพิ่มจำนวนคนที่จดจำและนึกถึงแบรนด์ได้ มากกว่าการสร้าง Conversion ในทันที

Budget: จำนวนเงินรวมที่จัดสรรให้แคมเปญหรือชุดโฆษณา ตั้งได้ทั้งแบบงบรายวัน (ใช้จ่ายต่อวัน) หรืองบตลอดอายุแคมเปญ (ยอดรวมตลอดช่วงเวลาแคมเปญ)

C

Call to action (CTA): ข้อความในโฆษณาหรือคอนเทนต์ที่บอกผู้ใช้ว่าควรทำอะไรต่อ เช่น Buy Now, Learn More หรือ Get a Quote

Campaign: โครงสร้างระดับบนสุดในบัญชีโฆษณา ประกอบด้วยชุดโฆษณา (Ad Set) หรือกลุ่มโฆษณา (Ad Group) หนึ่งชุดขึ้นไป โดยทั่วไปการกำหนดวัตถุประสงค์จะทำที่ระดับแคมเปญ

Carousel ad: รูปแบบโฆษณาที่แสดงรูปภาพหรือวิดีโอหลายชิ้นให้ปัดดูตามลำดับ โดยแต่ละชิ้นมีพาดหัวและลิงก์ของตัวเอง

Click-through rate (CTR): เปอร์เซ็นต์ของคนที่คลิกโฆษณาหลังจากเห็นโฆษณานั้น คำนวณจากจำนวนคลิกหารด้วย Impressions โดยทั่วไป CTR ที่สูงบ่งชี้ว่าครีเอทีฟและการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเข้ากันได้ดี

Conversion: การกระทำที่ต้องการจากผู้ใช้ เช่น ซื้อสินค้า กรอกฟอร์ม หรือโทรติดต่อ Conversion เป็นตัวชี้วัดหลักของแคมเปญที่เน้นผลลัพธ์

Conversion rate: เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ที่ทำการกระทำที่ต้องการจนสำเร็จ จากจำนวนทั้งหมดที่เข้าชมหน้านั้นหรือเห็นโฆษณานั้น

Cookie: ไฟล์ขนาดเล็กที่เก็บในเบราว์เซอร์ของผู้ใช้เพื่อบันทึกข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ ใช้สำหรับการติดตามผล การปรับเนื้อหาเฉพาะบุคคล และการทำ Retargeting โดยอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

CPA (cost per acquisition): ต้นทุนเฉลี่ยต่อการได้มาซึ่ง 1 Conversion คำนวณจากยอดใช้จ่ายโฆษณาทั้งหมดหารด้วยจำนวน Conversion ทั้งหมด บางครั้งเรียกว่า Cost per Result

CPC (cost per click): จำนวนเงินเฉลี่ยที่จ่ายต่อการคลิกโฆษณา 1 ครั้ง คำนวณจากยอดใช้จ่ายทั้งหมดหารด้วยจำนวนคลิกทั้งหมด

CPM (cost per thousand impressions): ต้นทุนของการแสดงโฆษณา 1,000 ครั้ง ใช้เป็นหลักในแคมเปญสร้างการรับรู้และเพิ่ม Reach ที่เน้น Impressions มากกว่าคลิก

CRM: Customer Relationship Management ระบบสำหรับจัดเก็บและบริหารข้อมูลลูกค้า ประวัติการติดต่อ และ Sales Pipeline แพลตฟอร์ม CRM ที่นิยม ได้แก่ HubSpot, Salesforce และ Zoho

Custom audience: กลุ่มเป้าหมายที่สร้างบน Meta หรือ Google จากข้อมูลลูกค้าของคุณเอง เช่น รายชื่ออีเมล หรือผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ระบุตัวผ่าน Pixel

D

Data-driven attribution: โมเดล Attribution ที่ใช้ Machine Learning ให้เครดิตแก่จุดสัมผัสต่าง ๆ ตามการมีส่วนจริงต่อ Conversion แทนการใช้กฎตายตัวอย่าง Last Click

Display advertising: โฆษณาแบบภาพ (รูปภาพ แอนิเมชัน หรือวิดีโอ) ที่แสดงบนเว็บไซต์และแอปในเครือข่าย Display เช่น Google Display Network ใช้สร้างการรับรู้และรองรับการทำ Retargeting

Dynamic ad: โฆษณาที่ปรับเนื้อหาให้เหมาะกับผู้ชมแต่ละคนโดยอัตโนมัติตามข้อมูล เช่น แสดงสินค้าชิ้นที่ผู้ใช้เพิ่งดูล่าสุดบนเว็บไซต์ของคุณ

E

E-E-A-T: Experience, Expertise, Authoritativeness และ Trustworthiness กรอบที่ Google ใช้ประเมินคุณภาพคอนเทนต์บนเว็บ โดยเฉพาะหัวข้อประเภท YMYL (Your Money or Your Life)

Engagement: ปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์หรือโฆษณา ทั้งไลก์ คอมเมนต์ แชร์ บันทึก และคลิก ส่วน Engagement Rate คือ Engagement หารด้วย Reach หรือ Impressions

Evergreen content: คอนเทนต์ที่ยังคงมีประโยชน์ไม่ว่าจะอ่านเมื่อใด ไม่ผูกกับข่าวหรือช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง คอนเทนต์ประเภทนี้ดึงทราฟฟิกออร์แกนิกได้ต่อเนื่องยาวนานหลังเผยแพร่

F

First-party data: ข้อมูลที่เก็บโดยตรงจากลูกค้าและผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณเอง เช่น อีเมล ประวัติการซื้อ และพฤติกรรมบนเว็บไซต์ ถือเป็นข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่น่าเชื่อถือที่สุดและสอดคล้องกับกฎหมายความเป็นส่วนตัวมากที่สุด

Frequency: จำนวนครั้งเฉลี่ยที่คนหนึ่งคนเห็นโฆษณาชิ้นเดียวกันในช่วงเวลาหนึ่ง Frequency ที่สูงอาจเป็นสัญญาณของ Ad Fatigue

Funnel: โมเดลที่อธิบายขั้นตอนที่ลูกค้าผ่านก่อนตัดสินใจ โดยทั่วไปเริ่มจากการรับรู้ (Awareness) สู่การพิจารณา (Consideration) และการตัดสินใจ (Decision) กลยุทธ์การตลาดมักออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ในแต่ละขั้นของ Funnel

G

GA4 (Google Analytics 4): เวอร์ชันปัจจุบันของแพลตฟอร์มวิเคราะห์เว็บไซต์ของ Google ใช้โมเดลข้อมูลแบบ Event แทนโมเดลแบบ Session ของรุ่นก่อนหน้า (Universal Analytics) และเชื่อมต่อกับ Google Ads เพื่อวัดผล Conversion

Google Ads: แพลตฟอร์มโฆษณาแบบเสียเงินของ Google รองรับโฆษณา Search, Display, Shopping, วิดีโอ (YouTube) และโฆษณาแอป

Google Search Console: เครื่องมือฟรีของ Google ที่ให้ข้อมูลว่าเว็บไซต์ปรากฏในผลการค้นหาแบบออร์แกนิกอย่างไร ทั้งคำค้นหา จำนวนคลิก Impressions และสถานะการ Index

Google Tag Manager (GTM): ระบบจัดการ Tag ที่ช่วยให้เพิ่มโค้ดติดตามผลและสคริปต์ลงเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องแก้ไขซอร์สโค้ดของเว็บไซต์โดยตรง ลดการพึ่งพานักพัฒนาในการติดตั้งระบบวัดผล

H

Hashing: กระบวนการแปลงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น อีเมล ให้เป็นชุดอักขระความยาวคงที่ ใช้เมื่ออัปโหลดรายชื่อลูกค้าไปยังแพลตฟอร์มโฆษณา เพื่อไม่ให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบข้อความปกติ

Hreflang: แอตทริบิวต์ HTML ที่บอก Search Engine ว่าควรแสดงหน้าเว็บเวอร์ชันภาษาและภูมิภาคใดแก่ผู้ใช้ในแต่ละพื้นที่ ใช้กับเว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์หลายภาษาหรือเจาะตลาดหลายประเทศ

I

Impression: การแสดงโฆษณาหรือคอนเทนต์ต่อผู้ใช้ 1 ครั้ง ผู้ใช้คนเดียวสามารถสร้างหลาย Impressions ได้หากเห็นโฆษณาเดิมมากกว่าหนึ่งครั้ง

In-feed ad: โฆษณาที่ปรากฏในฟีดโซเชียลมีเดีย โดยจัดรูปแบบให้กลมกลืนกับโพสต์ปกติจากบัญชีที่ผู้ใช้ติดตาม

Indexing: กระบวนการที่ Search Engine เพิ่มหน้าเว็บเข้าฐานข้อมูลของตนเพื่อให้ปรากฏในผลการค้นหาได้ หน้าเว็บต้องถูก Index ก่อนจึงจะติดอันดับแบบออร์แกนิกได้

K

Keyword: คำหรือวลีที่ผู้ใช้พิมพ์ลงใน Search Engine ใน Google Ads คีย์เวิร์ดใช้เป็นตัวกำหนดให้โฆษณา Search แสดงเมื่อคำค้นหาของผู้ใช้ตรงกัน

Keyword mapping: กระบวนการกำหนดคีย์เวิร์ดเฉพาะให้แต่ละหน้าบนเว็บไซต์ เพื่อให้แต่ละหน้าถูกปรับแต่งสำหรับชุดคำค้นหาที่แตกต่างกัน โดยไม่มีหลายหน้ามาแข่งกันเองในคำเดียวกัน

KPI (key performance indicator): ตัวชี้วัดที่วัดผลได้ ใช้ประเมินผลงานของแคมเปญหรือกิจกรรมการตลาดเทียบกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เช่น Cost per Lead, ROAS หรือ Organic Sessions

L

Landing page: หน้าเว็บเดี่ยวที่ออกแบบมารองรับทราฟฟิกจากโฆษณาหรือแคมเปญใดแคมเปญหนึ่งโดยเฉพาะ โดยปรับแต่งเพื่อการกระทำเดียว เช่น กรอกฟอร์มหรือซื้อสินค้า

Lead: ว่าที่ลูกค้าที่แสดงความสนใจในสินค้าหรือบริการ โดยทั่วไปผ่านการกรอกข้อมูลติดต่อในฟอร์ม Messenger Funnel หรือการโทรเข้า

Lookalike audience: กลุ่มเป้าหมายที่ Meta หรือ Google สร้างขึ้นเพื่อเจาะผู้ใช้ที่มีลักษณะคล้ายกับ Custom Audience ที่มีอยู่ เช่น ลูกค้าปัจจุบันของคุณ ใช้เข้าถึงผู้ใช้ใหม่ที่มีแนวโน้มสนใจสินค้าของคุณ

M

Match type: การตั้งค่าใน Google Ads ที่ควบคุมว่าคำค้นหาต้องตรงกับคีย์เวิร์ดมากแค่ไหนโฆษณาจึงจะแสดง Match Type หลัก 3 แบบคือ Broad Match, Phrase Match และ Exact Match

Meta Ads Manager: แพลตฟอร์มสำหรับสร้าง จัดการ และวิเคราะห์แคมเปญโฆษณา Facebook และ Instagram เดิมชื่อ Facebook Ads Manager

Meta Business Suite: ศูนย์กลางการจัดการ Facebook และ Instagram ของ Meta รวมการจัดการกล่องข้อความ การตั้งเวลาโพสต์ การวิเคราะห์ข้อมูล และโฆษณาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

Meta pixel: โค้ด JavaScript ที่ติดตั้งบนเว็บไซต์เพื่อติดตามพฤติกรรมผู้ใช้และส่งข้อมูล Event กลับไปยัง Meta ใช้สำหรับวัดผล Conversion การทำ Retargeting และการปรับแคมเปญให้มีประสิทธิภาพ

N

Native advertising: คอนเทนต์แบบเสียเงินที่ออกแบบให้กลมกลืนกับรูปแบบและบรรยากาศของพื้นที่ที่ไปปรากฏ ตัวอย่างเช่น โฆษณา In-feed บนโซเชียลและบทความ Sponsored บนเว็บไซต์ข่าว

O

Objective: ในโฆษณาแบบเสียเงิน หมายถึงเป้าหมายที่เลือกตอนสร้างแคมเปญ เช่น Awareness, Traffic, Leads หรือ Sales วัตถุประสงค์นี้กำหนดวิธีที่แพลตฟอร์มปรับการแสดงโฆษณา

Off-page SEO: กิจกรรม SEO ที่เกิดขึ้นนอกเว็บไซต์ของคุณ โดยหลักคือการได้มาซึ่ง Backlink จากเว็บไซต์อื่น ซึ่งเป็นสัญญาณบอกความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจแก่ Search Engine

On-page SEO: กิจกรรม SEO ที่ทำกับคอนเทนต์และองค์ประกอบ HTML ของแต่ละหน้า ทั้ง Title Tag, Meta Description, โครงสร้างหัวข้อ เนื้อหาบนหน้า และการทำ Internal Link

Organic reach: จำนวนคนที่ไม่ซ้ำกันซึ่งเห็นคอนเทนต์โดยไม่มีการโปรโมทแบบเสียเงิน สำหรับเพจ Facebook นั้น Organic Reach ลดลงอย่างมาก เนื่องจากแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ส่วนตัวในฟีด

P

Paid media: การตลาดทุกรูปแบบที่ต้องจ่ายเงินเพื่อพื้นที่หรือการกระจายคอนเทนต์ รวมถึง Google Ads, Meta Ads, Display Advertising และ Sponsored Content

Performance Max (PMax): ประเภทแคมเปญใน Google Ads ที่ใช้ Machine Learning แสดงโฆษณาบนทุกช่องทางของ Google (Search, Display, YouTube, Gmail, Maps, Shopping) จากแคมเปญเดียว

Pixel: โค้ดติดตามผลบนเว็บไซต์ที่เก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้เข้าชม ทั้ง Meta และ Google มี Pixel ที่เชื่อมโยงกิจกรรมบนเว็บไซต์เข้ากับผลงานโฆษณา

PDPA: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย กำกับวิธีที่องค์กรเก็บรวบรวม จัดเก็บ และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลในประเทศไทย มีขอบเขตและเจตนารมณ์ใกล้เคียงกับ GDPR

Q

Quality score: ตัวชี้วัดใน Google Ads ที่ให้คะแนนความเกี่ยวข้องและคุณภาพของคีย์เวิร์ด โฆษณา และ Landing Page ในสเกล 1 ถึง 10 คะแนนคุณภาพที่สูงช่วยลดต้นทุนและปรับปรุงตำแหน่งโฆษณาได้

R

Reach: จำนวนผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกันซึ่งเห็นคอนเทนต์หรือโฆษณาอย่างน้อย 1 ครั้ง ต่างจาก Impressions ที่นับทุกครั้งที่แสดง รวมถึงการเห็นซ้ำโดยผู้ใช้คนเดิม

Remarketing: รูปแบบโฆษณาที่เจาะผู้ใช้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ของคุณมาก่อน เรียกอีกชื่อว่า Retargeting ช่วยให้แบรนด์ยังอยู่ในสายตาของคนที่รู้จักคุณอยู่แล้ว

Responsive search ad (RSA): รูปแบบโฆษณา Google Search ที่คุณใส่พาดหัวและคำอธิบายหลายชุด แล้วอัลกอริทึมของ Google จะทดสอบการจับคู่เพื่อหาชุดที่ทำผลงานได้ดีที่สุด

ROAS (return on ad spend): รายได้ที่เกิดจากโฆษณาหารด้วยยอดเงินที่ใช้ไปกับโฆษณา ROAS เท่ากับ 4 หมายความว่าได้เงิน 4 บาทต่อทุก 1 บาทที่จ่ายไปกับโฆษณา

ROI (return on investment): ตัวชี้วัดความคุ้มค่าในภาพกว้างที่รวมต้นทุนทั้งหมด ไม่ใช่แค่ค่าโฆษณา ROAS วัดประสิทธิภาพของโฆษณา ส่วน ROI วัดผลตอบแทนโดยรวมของธุรกิจ

S

Search engine results page (SERP): หน้าที่ Search Engine แสดงเพื่อตอบคำค้นหา โดยทั่วไปประกอบด้วยโฆษณา Search ด้านบน ตามด้วยผลการค้นหาแบบออร์แกนิก และบางครั้งมีผลลัพธ์แผนที่ท้องถิ่นด้วย

SEO (search engine optimisation): การปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อเพิ่มการมองเห็นและอันดับในผลการค้นหาแบบออร์แกนิกบน Google และ Search Engine อื่น ๆ

Server-side tracking: วิธีติดตามผลที่ส่ง Event ของ Conversion จากเว็บเซิร์ฟเวอร์ตรงไปยัง API ของแพลตฟอร์มโฆษณา แทนการพึ่งพาสคริปต์ในเบราว์เซอร์ เชื่อถือได้มากกว่าการติดตามผ่านเบราว์เซอร์ในยุคหลัง iOS 14

Social proof: หลักฐานว่ามีคนอื่นเคยใช้และชื่นชอบสินค้าหรือบริการ เช่น รีวิว คะแนน คำรับรอง หรือคอนเทนต์จากผู้ใช้จริง ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นทั้งในคอนเทนต์แบบเสียเงินและออร์แกนิก

T

Targeting: กระบวนการกำหนดว่าผู้ใช้กลุ่มใดควรเห็นโฆษณา จากเกณฑ์อย่างพื้นที่ อายุ เพศ ความสนใจ พฤติกรรม หรือ Custom Audience

Technical SEO: งาน SEO ที่เน้นโครงสร้างพื้นฐานของเว็บไซต์มากกว่าคอนเทนต์ ครอบคลุมความเร็วเว็บไซต์ ความเหมาะกับมือถือ ความสามารถในการ Crawl และ Index รวมถึง Structured Data

Third-party cookie: คุกกี้ติดตามผลที่ตั้งค่าโดยโดเมนอื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ที่ผู้ใช้กำลังเข้าชม มักใช้โดยเครือข่ายโฆษณาเพื่อติดตามผู้ใช้ข้ามหลายเว็บไซต์สำหรับการทำ Retargeting ปัจจุบันกำลังถูกยกเลิกโดยเบราว์เซอร์หลักด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว

Topical authority: ระดับความครอบคลุมและความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง เว็บไซต์ที่มี Topical Authority สูงในหัวข้อนั้นมักติดอันดับในคำค้นหาที่เกี่ยวข้องได้กว้างกว่า

UTM parameters: แท็กที่เพิ่มต่อท้าย URL เพื่อติดตามแหล่งที่มา (Source) ช่องทาง (Medium) และชื่อแคมเปญของทราฟฟิกที่เข้ามายังเว็บไซต์ ข้อมูล UTM จะแสดงใน Google Analytics

V

Video view: การนับเมื่อผู้ใช้ดูโฆษณาวิดีโอ นิยามต่างกันไปตามแพลตฟอร์ม Meta นับการดูที่ 3 วินาที ส่วน YouTube นับที่ 30 วินาที หรือนับเมื่อดูจนจบหากวิดีโอสั้นกว่านั้น

W

Website traffic: ปริมาณผู้ใช้ที่เข้าชมเว็บไซต์ในช่วงเวลาหนึ่ง เครื่องมือวิเคราะห์จะแยกทราฟฟิกตามแหล่งที่มา ได้แก่ Organic, Paid, Direct, Referral, Email และ Social

คำศัพท์เพิ่มเติม

Always-on campaign: แคมเปญที่รันต่อเนื่องแทนที่จะรันตามช่วงเวลาที่กำหนด ใช้รักษาการมองเห็นแบรนด์อย่างสม่ำเสมอหรือสร้าง Lead ตลอดทั้งปี

Audience network: เครือข่ายตำแหน่งโฆษณาส่วนขยายของ Meta ที่แสดงโฆษณาบนแอปและเว็บไซต์ภายนอก นอกเหนือจาก Facebook และ Instagram

Awareness campaign: แคมเปญที่ออกแบบมาเพื่อให้คนเห็นโฆษณามากที่สุด โดยใช้ Reach และ Impressions เป็นตัวชี้วัดหลักแทน Conversion

Bid strategy: วิธีที่ผู้ลงโฆษณาใช้ตั้งราคา Bid ในการประมูลโฆษณา เช่น Target CPA, Target ROAS, Maximise Conversions หรือ Manual CPC

Brand safety: มาตรการป้องกันไม่ให้โฆษณาไปปรากฏข้างเนื้อหาที่อาจกระทบชื่อเสียงแบรนด์ เช่น เนื้อหารุนแรง บิดเบือน หรืออ่อนไหวทางการเมือง

Broad match: Match Type ของคีย์เวิร์ดใน Google Ads ที่ให้โฆษณาแสดงกับการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ด รวมถึงคำพ้องความหมายและหัวข้อใกล้เคียง เป็น Match Type ที่ครอบคลุมกว้างที่สุด

Catalogue: Feed ข้อมูลสินค้าแบบมีโครงสร้าง (ชื่อ รูปภาพ ราคา URL) ที่ Meta และ Google ใช้ขับเคลื่อน Dynamic Product Ads ซึ่งแสดงสินค้าเฉพาะรายการจากคลังสินค้าของคุณให้ผู้ใช้เห็น

Conversions API (CAPI): ระบบติดตามผลฝั่งเซิร์ฟเวอร์ของ Meta ที่ส่ง Event การซื้อและ Lead จากเว็บเซิร์ฟเวอร์ตรงไปยัง Meta ช่วยเพิ่มความแม่นยำของข้อมูลและการทำ Attribution

Daily budget: จำนวนเงินเฉลี่ยที่ผู้ลงโฆษณายินดีใช้จ่ายต่อวันสำหรับแคมเปญหรือชุดโฆษณา แพลตฟอร์มอาจใช้มากหรือน้อยกว่านี้เล็กน้อยในแต่ละวัน แต่จะไม่เกินยอดรวมภายในรอบบิล

Dynamic search ads (DSA): ประเภทแคมเปญใน Google Ads ที่สร้างพาดหัวโฆษณาและ URL ของ Landing Page โดยอัตโนมัติจากเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณ โดยไม่ต้องมีรายการคีย์เวิร์ด

Exact match: Match Type ของคีย์เวิร์ดใน Google Ads ที่จำกัดให้โฆษณาแสดงเฉพาะเมื่อคำค้นหาตรงกับคีย์เวิร์ดพอดีหรือใกล้เคียงมากเท่านั้น เป็น Match Type ที่เข้มงวดที่สุด

Facebook Business Manager: แพลตฟอร์มศูนย์กลางของ Meta สำหรับจัดการเพจ Facebook หลายเพจ บัญชีโฆษณา และสิทธิ์การเข้าถึงของทีม ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Meta Business Suite

Impression share: เปอร์เซ็นต์ของจำนวนครั้งที่โฆษณาได้แสดงจริง เทียบกับจำนวนครั้งทั้งหมดที่มีสิทธิ์แสดง Impression Share ที่ต่ำอาจบ่งชี้ข้อจำกัดด้านงบประมาณหรือ Quality Score

Keyword research: กระบวนการค้นหาคำและวลีที่ว่าที่ลูกค้าใช้ค้นหาสินค้าหรือบริการ ใช้เป็นข้อมูลทั้งสำหรับกลยุทธ์คอนเทนต์ SEO และแคมเปญ Search แบบเสียเงิน

Landing page experience: ตัวชี้วัดคุณภาพใน Google Ads ที่ประเมินว่า Landing Page เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่คลิกโฆษณามากแค่ไหน มีผลต่อ Quality Score และ Ad Rank

Lead form ad: รูปแบบโฆษณาบน Meta และ LinkedIn ที่เมื่อคลิกแล้วจะเปิดฟอร์มที่กรอกข้อมูลไว้ล่วงหน้าภายในแพลตฟอร์ม ให้ผู้ใช้ส่งข้อมูลติดต่อได้โดยไม่ต้องออกจากแอป

Lifetime budget: ยอดเงินรวมคงที่ที่ตั้งให้แคมเปญใช้จ่ายตลอดระยะเวลาแคมเปญ แทนการตั้งเป็นรายวัน

Local Services Ads: รูปแบบโฆษณาของ Google สำหรับธุรกิจบริการ แสดงบนสุดของผลการค้นหาพร้อมตรา Google Guaranteed และให้ลูกค้าโทรหรือส่งข้อความหาได้โดยตรงจากโฆษณา

Looker Studio: เครื่องมือฟรีของ Google สำหรับทำ Data Visualisation และรายงาน เดิมชื่อ Google Data Studio ใช้สร้างแดชบอร์ดที่ดึงข้อมูลจาก GA4, Google Ads และแหล่งข้อมูลอื่นที่เชื่อมต่อไว้

Meta Advantage+: ชุดฟีเจอร์ระบบอัตโนมัติของแคมเปญที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Meta รวมถึง Advantage+ Audiences และ Advantage+ Placements ซึ่งให้อัลกอริทึมของ Meta ปรับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและการแสดงโฆษณาโดยอัตโนมัติ

Negative keyword: คีย์เวิร์ดที่ป้องกันไม่ให้โฆษณา Google Search แสดงเมื่อคำค้นหามีคำหรือวลีที่ระบุไว้ ใช้กรองการค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้องออกและเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ

Phrase match: Match Type ของคีย์เวิร์ดใน Google Ads ที่แสดงโฆษณากับการค้นหาที่มีความหมายครอบคลุมคีย์เวิร์ด เข้มงวดกว่า Broad Match แต่ยืดหยุ่นกว่า Exact Match

Programmatic advertising: การซื้อขายพื้นที่โฆษณาดิจิทัลแบบอัตโนมัติผ่านแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ทำให้ซื้อโฆษณาได้ในปริมาณมากและเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้แบบเรียลไทม์

Retargeting: การแสดงโฆษณาต่อผู้ใช้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ของคุณ ช่วยให้แบรนด์ยังอยู่ในสายตาของกลุ่ม Warm Audience ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจในการเข้าชมครั้งแรก

Shopping ads: โฆษณาของ Google ที่แสดงรูปสินค้า ราคา และชื่อร้านค้าในผลการค้นหา ขับเคลื่อนด้วย Product Feed ที่อัปโหลดไปยัง Google Merchant Center

Smart Bidding: กลุ่มย่อยของกลยุทธ์ Bid อัตโนมัติของ Google ที่ใช้ Machine Learning ปรับให้ได้ Conversion หรือมูลค่า Conversion สูงสุด รวมถึง Target CPA, Target ROAS และ Maximise Conversions

Structured data: โค้ดที่เพิ่มลงในหน้าเว็บเพื่อช่วยให้ Search Engine เข้าใจเนื้อหาของหน้านั้น และแสดงผลลัพธ์แบบ Rich Results ในการค้นหา เช่น คะแนนดาว FAQ หรือราคาสินค้า

View-through conversion: Conversion ที่ให้เครดิตแก่โฆษณาที่ผู้ใช้เห็นแต่ไม่ได้คลิก บ่งชี้ว่าโฆษณามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจแม้ไม่มีการคลิกโดยตรง พบมากที่สุดในแคมเปญ Display และวิดีโอ