Knowledge Base

UTM คืออะไร

UTM คืออะไร พารามิเตอร์ UTM ทั้งห้าตัวและสิ่งที่แต่ละตัวติดตาม ข้อมูลปรากฏอย่างไรใน GA4 แนวทางการตั้งชื่อที่ดี และวิธีสร้างUTM Link

Analytics และการติดตามข้อมูล Glossary & definitions อ่าน 4 นาที

UTM (Urchin Tracking Module) คือพารามิเตอร์สำหรับติดตามที่เพิ่มต่อท้าย URL เพื่อบอกแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลของคุณว่าผู้เข้าชมมาจากที่ใดและเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้อย่างไร เมื่อผู้ใช้คลิกลิงก์ที่มีพารามิเตอร์ UTM ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังเครื่องมือวิเคราะห์ของคุณ ซึ่งโดยทั่วไปคือ GA4 และถูกบันทึกไว้กับเซสชันนั้น UTM ช่วยให้คุณติดตามประสิทธิภาพของแคมเปญ ช่องทาง และชิ้นงานคอนเทนต์ที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลที่แพลตฟอร์มรายงานมาเพียงอย่างเดียว

พารามิเตอร์ UTM มีอะไรบ้าง?

พารามิเตอร์ UTM มีทั้งหมดห้าตัว โดยแต่ละตัวจะติดตามมิติที่แตกต่างกันของแหล่งที่มาของทราฟฟิก:

พารามิเตอร์ติดตามอะไรบ้างค่าตัวอย่าง
utm_sourceแพลตฟอร์มหรือแหล่งที่มาของทราฟฟิกgoogle, facebook, newsletter
utm_mediumประเภทของช่องทางการตลาดcpc, email, social, organic
utm_campaignชื่อแคมเปญเฉพาะbrand_awareness, summer_sale
utm_termคีย์เวิร์ดที่ทำให้โฆษณาแสดง (เฉพาะการค้นหาแบบเสียเงิน)digital_marketing_bangkok
utm_contentโฆษณาหรือลิงก์เฉพาะ ใช้สำหรับการทดสอบ A/Bbanner_v1, text_link_footer

พารามิเตอร์ UTM ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ?

เมื่อผู้ใช้คลิก URL ที่ติดแท็ก UTM ไว้ พารามิเตอร์เหล่านั้นจะถูกอ่านโดย GA4 และจัดเก็บไว้พร้อมกับข้อมูลเซสชัน คุณสามารถดูข้อมูลนี้ได้ใน GA4 ที่ Reports > Acquisition > Traffic Acquisition โดยกรองตาม session source หรือ medium ที่ Phoenix Media เราติดแท็กลิงก์ทุกแคมเปญก่อนเริ่มใช้งาน เพื่อให้ผลลัพธ์ใน GA4 เชื่อมโยงตรงกับแต่ละแคมเปญ แทนที่จะปรากฏเป็นทราฟฟิกแบบ Direct ที่ระบุแหล่งที่มาไม่ได้ หากไม่มีการติดแท็ก UTM ทราฟฟิกจากแคมเปญอีเมล โพสต์บนโซเชียล และโฆษณาแบบเสียเงินอาจถูกจัดประเภทผิดหรือถูกรวมเข้าด้วยกัน ทำให้ยากต่อการประเมินว่าแต่ละช่องทางสร้างผลลัพธ์ได้จริงมากน้อยเพียงใด

GA4 traffic acquisition report showing UTM-tagged campaigns by source and medium
รายงาน Traffic Acquisition ใน GA4 ที่แสดงแคมเปญซึ่งติดแท็ก UTM ไว้ โดยลิงก์ที่ติดแท็กแต่ละลิงก์เชื่อมโยงกับแคมเปญที่เฉพาะเจาะจง แทนที่จะเป็นทราฟฟิก Direct ที่ระบุแหล่งที่มาไม่ได้

แนวทางการตั้งชื่อพารามิเตอร์ UTM เป็นอย่างไร?

การตั้งชื่ออย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ข้อมูล UTM นำไปใช้ประโยชน์ได้ แท็กที่จัดรูปแบบไม่ดีจะทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและยากต่อการวิเคราะห์ข้ามแคมเปญ กฎสำคัญมีดังนี้:

  • ใช้ตัวพิมพ์เล็กเสมอ: utm_source=Google และ utm_source=google จะสร้างรายการแยกกันใน GA4
  • ใช้เครื่องหมายขีดกลาง (hyphen) หรือขีดล่าง (underscore) แทนการเว้นวรรค เพราะการเว้นวรรคใน URL ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการติดตาม
  • ตกลงคำมาตรฐานร่วมกันภายในทีมก่อนที่แคมเปญใดจะเริ่มใช้งาน เช่น ตัดสินใจว่าจะใช้ 'cpc' หรือ 'paid-search' แล้วใช้ให้สอดคล้องกันตลอด
  • อย่าเพิ่มพารามิเตอร์ UTM ให้กับลิงก์ภายในเว็บไซต์ของคุณเอง เพราะจะเขียนทับแหล่งที่มาของเซสชันเดิม

วิธีที่ง่ายที่สุดในการสร้าง URL ที่ติดแท็ก UTM คือใช้ Campaign URL Builder ของ Google ซึ่งอยู่ที่ ga-dev-tools.google.com/campaign-url-builder กรอก URL ปลายทาง ใส่พารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง แล้วเครื่องมือจะสร้างลิงก์ที่ติดแท็กพร้อมใช้งานให้ สำหรับแคมเปญขนาดใหญ่ที่มีลิงก์จำนวนมาก การสร้างเทมเพลตสำหรับติดแท็ก UTM ในสเปรดชีตที่ใช้ร่วมกัน พร้อมแนวทางการตั้งชื่อที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดข้อผิดพลาดและทำให้ข้อมูลสอดคล้องกันทั้งทีม การวางแนวทางการติดแท็กให้สม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มแคมเปญช่วยประหยัดเวลาได้มากเมื่อถึงตอนทำรายงาน