UTM (Urchin Tracking Module) คือพารามิเตอร์สำหรับติดตามที่เพิ่มต่อท้าย URL เพื่อบอกแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลของคุณว่าผู้เข้าชมมาจากที่ใดและเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้อย่างไร เมื่อผู้ใช้คลิกลิงก์ที่มีพารามิเตอร์ UTM ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังเครื่องมือวิเคราะห์ของคุณ ซึ่งโดยทั่วไปคือ GA4 และถูกบันทึกไว้กับเซสชันนั้น UTM ช่วยให้คุณติดตามประสิทธิภาพของแคมเปญ ช่องทาง และชิ้นงานคอนเทนต์ที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลที่แพลตฟอร์มรายงานมาเพียงอย่างเดียว
พารามิเตอร์ UTM มีอะไรบ้าง?
พารามิเตอร์ UTM มีทั้งหมดห้าตัว โดยแต่ละตัวจะติดตามมิติที่แตกต่างกันของแหล่งที่มาของทราฟฟิก:
| พารามิเตอร์ | ติดตามอะไรบ้าง | ค่าตัวอย่าง |
|---|---|---|
| utm_source | แพลตฟอร์มหรือแหล่งที่มาของทราฟฟิก | google, facebook, newsletter |
| utm_medium | ประเภทของช่องทางการตลาด | cpc, email, social, organic |
| utm_campaign | ชื่อแคมเปญเฉพาะ | brand_awareness, summer_sale |
| utm_term | คีย์เวิร์ดที่ทำให้โฆษณาแสดง (เฉพาะการค้นหาแบบเสียเงิน) | digital_marketing_bangkok |
| utm_content | โฆษณาหรือลิงก์เฉพาะ ใช้สำหรับการทดสอบ A/B | banner_v1, text_link_footer |
พารามิเตอร์ UTM ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ?
เมื่อผู้ใช้คลิก URL ที่ติดแท็ก UTM ไว้ พารามิเตอร์เหล่านั้นจะถูกอ่านโดย GA4 และจัดเก็บไว้พร้อมกับข้อมูลเซสชัน คุณสามารถดูข้อมูลนี้ได้ใน GA4 ที่ Reports > Acquisition > Traffic Acquisition โดยกรองตาม session source หรือ medium ที่ Phoenix Media เราติดแท็กลิงก์ทุกแคมเปญก่อนเริ่มใช้งาน เพื่อให้ผลลัพธ์ใน GA4 เชื่อมโยงตรงกับแต่ละแคมเปญ แทนที่จะปรากฏเป็นทราฟฟิกแบบ Direct ที่ระบุแหล่งที่มาไม่ได้ หากไม่มีการติดแท็ก UTM ทราฟฟิกจากแคมเปญอีเมล โพสต์บนโซเชียล และโฆษณาแบบเสียเงินอาจถูกจัดประเภทผิดหรือถูกรวมเข้าด้วยกัน ทำให้ยากต่อการประเมินว่าแต่ละช่องทางสร้างผลลัพธ์ได้จริงมากน้อยเพียงใด
แนวทางการตั้งชื่อพารามิเตอร์ UTM เป็นอย่างไร?
การตั้งชื่ออย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ข้อมูล UTM นำไปใช้ประโยชน์ได้ แท็กที่จัดรูปแบบไม่ดีจะทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและยากต่อการวิเคราะห์ข้ามแคมเปญ กฎสำคัญมีดังนี้:
- ใช้ตัวพิมพ์เล็กเสมอ: utm_source=Google และ utm_source=google จะสร้างรายการแยกกันใน GA4
- ใช้เครื่องหมายขีดกลาง (hyphen) หรือขีดล่าง (underscore) แทนการเว้นวรรค เพราะการเว้นวรรคใน URL ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการติดตาม
- ตกลงคำมาตรฐานร่วมกันภายในทีมก่อนที่แคมเปญใดจะเริ่มใช้งาน เช่น ตัดสินใจว่าจะใช้ 'cpc' หรือ 'paid-search' แล้วใช้ให้สอดคล้องกันตลอด
- อย่าเพิ่มพารามิเตอร์ UTM ให้กับลิงก์ภายในเว็บไซต์ของคุณเอง เพราะจะเขียนทับแหล่งที่มาของเซสชันเดิม
สร้าง UTM Link อย่างไร?
วิธีที่ง่ายที่สุดในการสร้าง URL ที่ติดแท็ก UTM คือใช้ Campaign URL Builder ของ Google ซึ่งอยู่ที่ ga-dev-tools.google.com/campaign-url-builder กรอก URL ปลายทาง ใส่พารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง แล้วเครื่องมือจะสร้างลิงก์ที่ติดแท็กพร้อมใช้งานให้ สำหรับแคมเปญขนาดใหญ่ที่มีลิงก์จำนวนมาก การสร้างเทมเพลตสำหรับติดแท็ก UTM ในสเปรดชีตที่ใช้ร่วมกัน พร้อมแนวทางการตั้งชื่อที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดข้อผิดพลาดและทำให้ข้อมูลสอดคล้องกันทั้งทีม การวางแนวทางการติดแท็กให้สม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มแคมเปญช่วยประหยัดเวลาได้มากเมื่อถึงตอนทำรายงาน