เกือบทุกธุรกิจในทุกวันนี้มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อเป็นแหล่งรายได้หลักหรือเป็นเพียงแหล่งข้อมูลอ้างอิงของบริษัทก็ตาม ปัจจุบันเว็บไซต์ถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม การมีเว็บไซต์เพียงอย่างเดียวนั้นไม่ได้หมายความว่าลูกค้าใหม่จะเข้ามาโดยอัตโนมัติ หากไม่มีการทำการตลาดที่เหมาะสม ลูกค้าใหม่หรือลูกค้าเดิมอาจประสบปัญหาในการค้นเจอเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งนั่นทำให้ SEO หรือ Search Engine Optimization เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

SEO คืออะไร?

SEO เป็นกระบวนการในการปรับปรุงการจัดอันดับของเว็บไซต์ในเครื่องมือค้นหา (เช่น Google) เพื่อให้ปรากฏในรายการผลลัพธ์ที่สูงขึ้นสำหรับคำหลักหรือข้อความค้นหาเฉพาะ SEO ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดดิจิทัลระยะยาวที่ยอดเยี่ยม และใช้ร่วมกับโฆษณาแบบจ่ายค่าคลิ๊ก เช่น โฆษณา Google Ads

ราคาเท่าไหร่?

เมื่อพูดถึง SEO ลูกค้าใหม่เกือบทั้งหมดที่ติดต่อเข้ามาที่ Phoenix Media คำถามหลักข้อหนึ่งที่เรามักจะได้ยินคือ “SEO ราคาเท่าไหร่” หรือ “แพ็คเกจของคุณราคาเท่าไหร่” คำตอบง่าย ๆ ก็คือมันก็แล้วแต่ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราได้ทำงานในหลายร้อยแคมเปญทั่วสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และเอเชีย และได้เห็นผลลัพธ์โดยตรงในแคมเปญต่าง ๆ มากมาย

ท้ายที่สุดแล้วไม่มีบริษัท SEO ใดที่สามารถรับประกันผลลัพธ์ที่แน่นอนได้ แต่สิ่งที่เราพิจารณาก่อนเสนอราคามีดังนี้

คีย์เวิร์ด คำค้นหาหลักอะไรที่คุณต้องการทาร์เกต

หากคุณไม่มีลิสต์ของคีย์เวิร์ด บริการหรือผลิตภัณฑ์ใดที่คุณต้องการจะโฆษณา คุณอยู่ในกลุ่มที่มีการแข่งขันสูง อย่างเช่น ประกันภัยรถยนต์ หรือธุรกิจที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง เช่น ร้านทำผมในอโศกหรือไม่ หากคำหลักที่คุณเลือกเป็นคำที่กว้าง นั่นจะเป็นตัวกำหนดจำนวนหน้าเว็บที่แข่งขันกัน ดังนั้นต้นทุนของ SEO ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

Google จะแสดงจำนวนหน้าเว็บในดัชนีที่เกี่ยวข้องกับข้อความค้นหาของคุณ

ประเทศและภาษาที่ทาร์เกต คุณต้องการทาร์เกตที่ไหน

เช่นเดียวกับประเด็นข้างต้น ขนาดของสถานที่ที่คุณต้องการทาร์เกตจะเป็นตัวกำหนดจำนวนเว็บไซต์ที่คุณต้องแข่งขันด้วย สิ่งนี้เหมือนกันสำหรับภาษา คุณต้องการทาร์เกตทั่วโลกโดยใช้คำหลักภาษาอังกฤษ หรือเฉพาะในประเทศไทยโดยใช้คำหลักภาษาไทย?

Google trends สามารถแสดงข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่คำค้นหาได้รับความนิยมมากที่สุด

ประวัติของเว็บไซต์ – ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งของ SEO คือ ประวัติเว็บไซต์ของคุณ เมื่ออุตสาหกรรม SEO เติบโตขึ้น Google ก็ค่อนข้างเข้มงวดกับนโยบายและแนวทางปฏิบัติมากขึ้นด้วย หาก Google คิดว่าคุณกำลังทำ SEO ในทางที่ผิด คุณอาจได้รับบทลงโทษที่หลากหลาย ซึ่งบางครั้งอาจกู้คืนได้ยาก อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ค่อนข้างหายาก แต่ถ้ามีการทำงาน SEO ที่มีคุณภาพต่ำมาก่อน สิ่งสำคัญ คือ เราต้องทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อแก้ไขปัญหานี้ เพื่อไม่ให้ขัดขวางประสิทธิภาพ SEO ในอนาคต

ประวัติการจัดอันดับเว็บไซต์ที่แสดงการเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว อาจเกิดจาก SEO ที่ไม่ดี

หน้าผลลัพธ์ในปัจจุบัน – ปัจจัยหนึ่งที่ที่ปรึกษา SEO ที่มีความสามารถควรมอง คือ การจัดอันดับในปัจจุบันบนหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา (SERP) การเป็นที่ 1 ใน Google นั้น หมายความว่าคุณต้องแข่งกับรายการจัดอันดับในปัจจุบัน ดังนั้นการวิเคราะห์ว่าใครอยู่ในหน้าแรก (และในรายชื่อด้านบน) จะแสดงให้เห็นว่าเว็บไซต์ของคุณอยู่ใกล้หรือไกลจากคู่แข่งของคุณเพียงใด

ฉันจะได้อะไรจากเงินที่จ่ายไป?

บริษัท SEO แต่ละที่จะดำเนินการในลักษณะที่แตกต่างกันเล็กน้อย ที่ Phoenix Media เรามีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในการทำงานด้าน SEO ในหลากหลายอุตสาหกรรมและขนาดเว็บไซต์ที่แตกต่างกัน ในบางกรณี การทำงานกับเว็บไซต์ขนาดใหญ่มาก เช่น DDproperty เราจะเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างของเว็บและหน้าเว็บเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม สำหรับแคมเปญส่วนใหญ่ เรามุ่งเน้นไปที่สามส่วนดังต่อไปนี้ –

Onsite

เราเรียกงานอะไรก็ตามที่ทำบนเว็บไซต์ของลูกค้าว่า ‘onsite’ ซึ่งอาจเป็นการแก้ปัญหาทางด้านเทคนิค เช่น การแก้ไขลิงก์ที่เสีย การอัปโหลดแผนผังเว็บไซต์ให้ถูกต้องและการเพิ่มประสิทธิภาพข้อมูลเมตาที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับการเพิ่มหน้าใหม่บนเว็บ บ่อยครั้งที่เราเห็นเว็บไซต์ของลูกค้าไม่ได้กล่าวถึงคีย์เวิร์ดที่พวกเขาต้องการทาร์เกตอย่างเพียงพอ ในขั้นตอนการทำ Keyword Mapping เราอาจแนะนำให้เพิ่มคำเข้าไปหรือเพิ่มเนื้อหาในหน้าใหม่

ในส่วนของการวิเคราะห์ทางเทคนิค เราใช้เครื่องมือที่ให้คะแนน 0 – 100

Offsite

ตรงกันข้ามกับการทำงาน onsite คือ ‘offsite’ หมายถึงงานที่เกิดขึ้นนอกเว็บไซต์ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยการส่งสัญญาณที่ชี้กลับไปที่เว็บไซต์ของคุณ ที่เครื่องมือค้นหาสามารถเห็นและส่งผลดีต่อ SEO สัญญาณเชิงบวกอาจอยู่ในรูปแบบของลิงก์ ซึ่งชี้จากเว็บไซต์หนึ่งกลับไปยังเว็บไซต์ของคุณ (เรียกว่า ‘backlink’) ในทางทฤษฎี ยิ่งมีลิงก์ที่ชี้กลับไปที่เว็บไซต์ของคุณมากขึ้น (หากได้รับมาโดยธรรมชาติ) อันดับเว็บไซต์ของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้น

เนื้อหา

เนื้อหาที่ดีมีความสำคัญอย่างยิ่งในสายตาของเครื่องมือค้นหา ทั้งเนื้อหา ‘ในเว็บไซต์’ และ ‘นอกเว็บไซต์’ จะต้องมีคุณภาพ ให้ข้อมูล และที่สำคัญที่สุดคือไม่ซ้ำใคร Search engine อย่าง Google กำลังมองหาเว็บไซต์ที่จะ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับอินเทอร์เน็ต ดังนั้นหากคุณสามารถนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพดีเยี่ยม (ในรูปแบบใดก็ได้) คุณก็จะได้รับรางวัลตอบแทน ในทำนองเดียวกัน หากเนื้อหาของคุณแย่หรือคัดลอกมาจากเว็บไซต์อื่น เว็บไซต์ของคุณจะถูกลงโทษ

ถ้า SEO ราคาถูก ถือว่าเป็น SEO ที่แย่รึป่าว?

สิ่งนี้มีความเป็นไปได้มาก ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นเมื่อเรากล่าวถึงประวัติเว็บไซต์ หากคุณเคยใช้งานแคมเปญ SEO ราคาถูกที่สุด คุณสามารถคาดหวังได้เลยว่าการทำงานบนเว็บไซต์นั้นจะมีเพียงเล็กน้อย หรือเป็นงานคุณภาพต่ำจำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างมากต่อเว็บไซต์และโดเมนของคุณในอนาคต

ดังนั้นฉันควรคาดหวังที่จะจ่ายเท่าไหร่สำหรับ SEO ?

มีหลายปัจจัยที่เราได้เน้นย้ำซึ่งส่งผลต่อต้นทุนของ SEO อย่างไรก็ตาม คุณควรทำความเข้าใจว่าถึงแม้จะทำการวิจัยอย่างเหมาะสมแล้ว ก็ไม่มีบริษัท SEO ไหนที่สามารถรับประกันตำแหน่งการจัดอันดับของคุณได้

ส่วนใหญ่แล้วราคาจะขึ้นอยู่กับคีย์เวิร์ดที่คุณทาร์เกต หากเป็นคำที่เฉพาะเจาะจงและแข่งกันในท้องถิ่น เราจะเสนอราคาอยู่ที่ 15,000 – 20,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่ คำที่มีการแข่งขันมากกว่าและกว้างกว่า อาจอยู่ที่ 25,000 – 50,000 บาทต่อเดือน

แคมเปญ SEO แต่ละแคมเปญมีความแตกต่างกัน ในประเทศไทย เราดูแลแคมเปญของลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่สตาร์ทอัพขนาดเล็ก ไปจนถึงแบรนด์ขนาดใหญ่และเป็นที่ยอมรับ หากคุณกำลังมองหาความช่วยเหลือเกี่ยวกับเว็บไซต์และ SEO ของคุณ หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SEO ติดต่อทีมงาน Phoenix Media เพื่อพูดคุยกับเราได้แล้ววันนี้

Recent blog posts and insights.