Lookalike Audience หรือเรียกอีกอย่างว่า กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน จะเป็นการใช้เจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่มีความคล้ายกันกับกลุ่มเป้าหมายที่มีอยู่แล้ว ตัวเลือกนี้จะช่วยหาผู้ใช้รายใหม่ให้กับทางบริษัทที่มีแนวโน้มว่าสามารถ convert ได้โดยใช้ความที่คล้ายเคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น ภูมิภาค และ ความสนใจ ระบบนี้ได้ถูกคิดค้นและพัฒนาโดย Facebook Ads แต่ก็ได้มีการขยับขยายให้ไปใช้บนหลายแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันออกไปเช่น Google, LINE ads และ Taboola

ทำงานอย่างไร

ก่อนอื่นเลยจะต้องระบุที่มาของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำความเข้าใจที่นี่ก่อนว่าในการสร้าง Lookalike audience คือจะสร้างจาก Customs audience (ที่เคยมีฐานข้อมูลเดิมอยู่แล้ว) เท่านั้น โดยสามารถเลือกจากลิสของหลักเกณฑ์รายการการตลาดดิจิทัล รวมถึงผู้เยี่ยมชมที่คลิกผ่านไปยังอีกเว็บไซต์นึง แฟนเพจ และลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ แต่จะต้องสร้างรายชื่ออย่างน้อย 100 คนจึงจะสามารถเข้าตามหลักเกณฑ์นี้ได้ ยิ่งเริ่มต้นรายการมากเท่าไร ข้อมูลก็ยิ่งมากเท่านั้นที่สามารถใช้เพื่อสร้างภาพโดยละเอียดของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการกำหนด

ต่อมา จะเป็นการกำหนดขนาดผู้ชมที่เหมือนกัน ช่องทางส่วนใหญ่จะให้มาตราส่วนจาก 1% – 15% ซึ่งแสดงถึงขนาดของผู้ชมที่สัมพันธ์กับประเทศเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น หากประเทศหนึ่งมีผู้ใช้ 5 ล้านคน Lookalike 1% จะอยู่ที่ประมาณ 50,000 คน

ยกตัวอย่างกรณีที่เลือกขนาดผู้ชมที่คล้ายกันบนช่องทาง Facebook Lookalikes

ยิ่งจำนวนผู้ชมมากขึ้นจะหมายถึงการเข้าถึงที่กว้างขึ้นแต่ความแม่นยำน้อยกว่า แนวทางนี้อาจเหมาะสมกว่าสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่ไม่สนใจการกำหนดเป้าหมายเท่าไร ธุรกิจขนาดเล็กอาจต้องการ Lookalike audienceที่มีขนาดเล็ก เนื่องจากจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับลูกค้าเดิมมากกว่า

นอกจากนี้ยังสามารถแมชกลุ่มลูกค้าตามข้อมูลประชากร เช่น สถานที่ อายุ และเพศ หากต้องการขยายกลุ่มลูกค้าในภายหลัง สามารถใช้เครื่องมือขยายเพื่อให้โฆษณาแสดงต่อผู้คนที่อยู่นอกเหนือโปรไฟล์ที่กำหนดไว้ แต่ทั้งนี้โฆษณาจะไม่ส่งไปยังกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอยู่แล้ว

วิธีการใช้กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทดสอบขนาดผู้ชม

อาจจะเป็นการยากที่จะพิจารณาขนาดของกลุ่มลูกค้าในการทำ Conversion ว่าขนาดไหนดีและกระตุ้นยอดขายมากที่สุด  แต่ถ้าหากเริ่มต้นจากเล็กๆก่อนแล้วค่อยๆ เพิ่มขนาด audienceขึ้น อาจจะเป็นแนวทางที่ดีกว่า

โฆษณาบน Line ads มีการวัดอยู่ที่ 1-15%

ประโยชน์ของผู้ชมกลุ่มเล็กคือจะตรงกับกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่มากกว่า และเมื่อขยายขอบเขตออกไป ถึงแม้ความใกล้เคียงจะจับคู่น้อยลง แต่อาจยังนำไปสู่ ​​Conversion ได้ง่ายขึ้น 

เพิ่มความแม่นยำในการสร้าง Lookalike audience

Lookalike audience มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอยู่แล้ว ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับการ conversion อาจเป็นการมองหาพฤติกรรมที่สอดคล้องกันมากที่สุด ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กที่อาจไม่มีข้อมูลมากพอที่จะเข้าถึงอาจจำเป็นต้องขยายทางเลือกให้มากขึ้นโดยพิจารณาจากผู้ให้ความสนใจเป็นอย่างมากที่จะทำการซื้อ ตัวอย่างเช่น ผู้ชมที่ดูวิดีโอสาธิตจนจบหรือกดเพิ่มสินค้าไว้ในตะกร้าสินค้าออนไลน์

สามารถสร้าง Lookalike audience ได้จากข้อมูล Customs audience ที่มีอยู่แล้ว

สำหรับธุรกิจที่มีข้อมูลจำนวนมาก สามารถทำได้โดยการใช้ข้อมูล CRM  ซึ่งเป็นข้อมูลที่ลูกค้าได้ converted และซื้อสินค้าอื่นๆมาก่อน  จะสามารถกำหนดเป้าหมายสำหรับกลุ่มลูกค้าคนใหม่ได้

ปรับกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับเป้าหมายของแคมเปญ

สามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันได้หลากหลายตามพารามิเตอร์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแคมเปญที่ต้องการ และยังสามารถกำหนดเป้าหมายผู้ชมที่คล้ายกันได้ เมื่อได้มีการโปรโมทการขายขึ้น การเน้นไปยังลูกค้าที่มีความสนใจคล้ายกันอาจจะดีที่สุด ซึ่งลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าพวกเขาอยู่ในระดับความสนใจที่สูงขึ้นและมีแนวโน้มที่จะ convert ด้วยข้อเสนอต่างๆ เช่น ส่วนลด เป็นต้น

อัพเดทข้อมูลของคุณ

เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าโปรไฟล์ลูกค้าที่คุณใช้ในการพัฒนา Lookalike audience นั้นเป็นปัจจุบันมากที่สุด ข้อมูลประชากรของลูกค้าที่ดึงดูดผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทีละน้อย ยังสามารถใช้พารามิเตอร์เนื้อเรื่องเป็นช่วงวันที่เพื่อกำหนดเป้าหมายโปรไฟล์ที่เข้าชมเว็บไซต์ในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมา สิ่งนี้สามารถช่วยในการอัปเดตโปรไฟล์ของ lookalike audience แบบไดนามิก ในทุกๆสองสามวัน

ขยาย outreach

สำหรับธุรกิจที่ต้องการเจาะตลาดใหม่ๆ สามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันจากโปรไฟล์ของลูกค้าในตลาดที่มีอยู่ได้ จะเป็นประโยชน์เมื่อเข้าสู่ตลาดใหม่ในระยะเริ่มต้น เมื่อมีลูกค้าใหม่เข้ามาในตลาดใหม่ มีการกำหนดสถานที่ตั้งร่วมด้วย ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ให้เห็นผลลัพธ์ดีขึ้น 

ผลประโยชน์จากการทำ Lookalike audience

1. ผลลัพธ์ของแคมเปญโฆษณาที่ดีขึ้น

แม้จะมีโฆษณาที่ดี แต่หลักฐานแท้จริงของแคมเปญที่ประสบความสำเร็จก็ยังอยู่ที่ยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อสามารถกำหนดเป้าหมายผู้ชมที่เปิดกว้างมากขึ้นซึ่งรู้ว่าคล้ายกับลูกค้าที่มีอยู่แล้ว โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็สูงขึ้น ช่วยให้ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย Lookalike audience อยู่แล้วและมีส่วนร่วมเพื่อทำ Conversion ได้ง่ายขึ้น

2. ขนาดที่ปรับได้

เครื่องมือ Lookalike audience ให้นักการตลาดสามารถควบคุมเปอร์เซ็นต์การจับคู่ระหว่างแหล่งที่มาและกลุ่มเป้าหมาย ทำให้เราควบคุมคุณภาพและจำนวนสมาชิกกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น ยิ่งมีความคล้ายคลึงกันมากเท่าใด กลุ่มเป้าหมายก็จะแคบลงเท่านั้น จำนวนที่คล้ายกันมากเท่าไรยิ่งมีโอกาสใน conversion มากขึ้น ดังนั้น ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและขนาดของธุรกิจ การรักษาผู้ชมให้แคบลงหรือกว้างขึ้นอาจเป็นประโยชน์มากกว่า

3. คุ้มค่าในการลงทุน

ธุรกิจรวบรวมข้อมูลมากมายจากลูกค้าและมักไม่ทราบวิธีใช้เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มากขึ้น การทำ Lookalike audience จึงเป็นวิธีที่ดีมากในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่แล้วเพื่อกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของตนเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชมที่ไม่รู้จักมาก่อน แต่มีศักยภาพสูงสำหรับ conversion นอกจากนี้ยังมีราคาที่ไม่แพงมากเนื่องจากไม่ได้ซื้อข้อมูล แต่เป็นเพียงใช้ในรูปแบบใหม่เพื่อสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจ

4. อัตราการแปลงอย่างยั่งยืน

เนื่องจากธุรกิจกำหนดเป้าหมายไปยังผู้ชมที่คล้ายกับลูกค้าที่มีอยู่ ความเสี่ยงที่จะล้มเหลวจึงมีน้อย แม้ว่าจะไม่รู้จัก แต่การทำ Lookalike audience ก็เป็นแหล่งรวมของโอกาสในการขายที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งสร้างขึ้นจากข้อมูลที่รวบรวมจากกลุ่มลูกค้าที่เคยตอบสนองต่อแคมเปญก่อนหน้านี้

ถ้าหากคุณมีข้อสงสัยในส่วนของ Lookalike audience หรือต้องการให้ช่วยเหลือด้าน Digital marketing สามารถทักติดต่อเข้ามาพูดคุยกับทีมของ Phoenix Media ได้เลยวันนี้ 

Recent blog posts and insights.