เทคนิคการทำ SEO On-page และ Analysis

ส่วนหนึ่งของ SEO ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือ Onsite SEO และหากคุณต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ SEO ในปี 2020 นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำความคุ้นเคยก่อน เมื่อห้าปีก่อน Onsite SEO ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเมตาแท็ก หัวข้อและเนื้อหา ซึ่งมักได้รับการปรับมากเกินไปจนบางทีมีแต่คีย์เวิร์ดและไม่สามารถอ่านได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างมากและเป็นอีกแง่มุมที่น่าตื่นเต้นในการทำ SEO

Google และอัลกอริทึมของเครื่องมือค้นหาอื่น ๆ มีความซับซ้อนมากขึ้น ในฐานะเอเจนซี่โฆษณาออนไลน์เราทำให้มั่นใจว่าเรานำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพอยู่เสมอ การนำเสนอแง่มุมและมุมมองต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการทำงานของเรา เราอยากให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ผลลัพธ์ของการทำงานของเรานั้นมองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นและนั่นเป็นสิ่งที่ลูกค้าของเราอยากจะเห็น ซึ่งได้กลายมาเป็นจุดยืนที่เราสามารถได้พูดได้เต็มปาก

เมตาแท็กคืออะไร?

เมตาแท็กเป็นส่วนสำคัญของ HTML coding ซึ่งอธิบายเนื้อหาที่คุณมีบนหน้าเว็บหรือบนเว็บไซต์ของคุณโดยรวม รูปแบบที่สำคัญที่สุดของเมตาแท็ก คือ Mata titles และ Meta description  ถึงแม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาความสำคัญของพวกมันลดลงทางด้านเทคนิค แต่ถึงกระนั้นพวกมันก็ยังคงมีบทบาทอยู่ การอัดคีย์เวิร์ดในคำอธิบายจะไม่ส่งผลต่อการจัดอันดับของคุณอย่างที่ใครหลาย ๆ คนมีความเชื่อเช่นนั้น อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบทางจิตวิทยาอย่างมากต่อ CTR หรืออัตราการคลิ้กเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ของคุณ

การตอบสนองความต้องการของอัลกอริทึมของ Google นั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ปัจจัยที่สำคัญยิ่งกว่าคือองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ หรือผู้ใช้งาน อัลกอริทึมล่าสุดของ Google เปลี่ยน Title และ description และจัดอันดับเว็บไซต์ตามความเกี่ยวข้อง ปลั๊กอินเช่น Yoast เสนอคำแนะนำที่ดีเยี่ยมเกี่ยวกับเนื้อหาทางเทคนิค แต่ไม่สามารถคำนึงถึงองค์ประกอบของมนุษย์ได้ เมื่อคุณทำ SEO คุณต้องให้น้ำหนักทั้งสองด้านเท่า ๆ กัน

เช็คลิสต์ On-site SEO

เนื่องจากตอนนี้เว็บไซต์ส่วนใหญ่สร้างขึ้นด้วย WordPress ดังนั้นเราจะเน้นไปที่สิ่งนี้เป็นหลัก แต่ก็ใช้ได้กับระบบการจัดการเนื้อหาอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ผู้คนกำลังค้นหาอะไร?

ก่อนที่คุณจะเริ่มเขียนเนื้อหา คุณต้องรู้ว่าผู้คนกำลังค้นหาอะไร คุณสามารถเขียนเนื้อหาที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้าไม่มีใครค้นหาหัวข้อนั้น ความพยายามของคุณก็จะไร้ผล เมื่อคุณทราบแล้วว่าผู้คนถามคำถามอะไร ให้ลองคิดดูว่าคุณจะนำเสนอเนื้อหาที่เป็นเอกลักษณ์หรือให้ข้อมูลที่แตกต่างออกไปได้อย่างไร แน่นอนว่าเนื้อหานั้นต้องมีความถูกต้องตามความเป็นจริง แต่คุณก็ยังสามารถเพิ่มมูลค่าหรือเสนอสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่านได้ ช่วงเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้เนื้อหาของคุณมีความเกี่ยวข้องมากขึ้น

ทั้งหน้า Landing Page และหน้าบล็อก ต่างต้องมีการศึกษาคีย์เวิร์ดในระดับหนึ่ง และนี่คือหัวข้อที่เราจะพิจารณาในเชิงลึกมากขึ้นในบทที่ห้า

1. Title tags และ Headlines

Headline หรือ หัวข้อข่าวถูกใช้มานานก่อนยุคดิจิทัลเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้อ่านและตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ การสร้าง title tag, headline, และ meta description ที่น่าดึงดูดนั้นมีความสำคัญ และต้องรวมคีย์เวิร์ดของคุณทุกที่ที่ทำได้ สิ่งนี้จะช่วยให้ผู้อ่านทราบว่าเว็บเพจนั้นเกี่ยวกับอะไร คำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) เป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่ม Conversion และคำอธิบายเมตาช่วยให้คุณมีโอกาสสร้าง conversion มากขึ้น

Page title

ป้าหมายของคุณก็คือการโน้มน้าวใจโดยไม่ทำให้ผู้ใช้ถูกเร่งเร้ามากเกินไป คุณต้องการให้เครื่องมือค้นหาและผู้ใช้รู้สึกดึงดูดที่จะคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ของคุณ การเข้าถึงผู้ใช้เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำอธิบายหรือหัวข้อข่าวตรงกับภาพที่คุณต้องการสื่อ สังเกตเสมอว่าคู่แข่งของคุณกำลังทำอะไร และค้นหาว่าอะไรทำแล้วได้ผล ไม่ต้องอายที่จะรวมสิ่งนี้ไว้ในกลยุทธ์ SEO ของคุณ

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Title tags และ Headlines:

  • Title tag ควรมีความยาวน้อยกว่า 70 อักขระและ Meta description น้อยกว่า 155 – เพราะนี่คือทั้งหมดที่จะแสดงผลใน Google
  • ใช้โครงสร้างที่ถูกต้องเมื่อพูดถึงส่วนหัว H1 และ H2 – นอกจากนี้ยังต้องเป็นข้อความที่ผู้ใช้อ่านได้รู้เรื่อง
  • ใช้ปลั๊กอิน WordPress และ SEO Site Checkup เพื่อตรวจสอบและรับข้อบ่งชี้ของ SERPs

2. ทำ URL ของคุณให้เป็นมิตรกับ SEO

URL ทั้งหมดจะถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะมีชุดของตัวเลขและอักขระที่ไม่มีความหมายสำหรับผู้ใช้ตัวอย่างเช่น www.abctrading.com/2019/post256e7a357g8

สำหรับวัตถุประสงค์ด้าน SEO URL ควรเกี่ยวข้องกับเนื้อหาบนหน้าเว็บ เช่นเดียวกับชื่อของหน้าเช่น www.abctrading.com/how-to-peel-an-onion ใน WordPress คุณสามารถตั้งค่าลิงก์ในการตั้งค่าทั่วไปได้

แม้ว่าจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเรื่องความยาวของ URL แต่ SEO ในปี 2020 ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้มากขึ้น ดังนั้นความเกี่ยวข้องจึงเป็นส่วนที่สำคัญมากกว่าความยาว URL ที่มีความยาว 20 คำนั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่เราเลือกใช้ด้วยเหตุผลหลายประการ

3. มัลติมีเดีย

วิดีโอได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการดึงดูดผู้ใช้ มีอัตราการเอนเกจท์สูง และอัตราการคลิ๊กออกต่ำ แน่นอนว่าเนื้อหาที่เป็นลายลักษณ์อักษรยังคงมีความสำคัญ แต่วิดีโอก็เป็นมัลติมีเดียในรูปแบบอื่น ๆ รวมไปถึง รูปภาพ อินโฟกราฟิก และแผนภาพ ก็มีคุณค่าอย่างยิ่งเช่นกัน นอกจากนี้ พวกมันยังช่วยให้อ่านข้อความจำนวนมากได้ง่ายขึ้น

Live streaming และ VDO streaming ได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อและเป็นเทรนด์ที่ร้อนแรงที่สุดเมื่อพูดถึง SEO และการตลาดดิจิทัลโดยรวม วิดีโอถูกแชร์ กดไลค์หรือแสดงความคิดเห็นบ่อยกว่าโพสต์อื่น ๆ ซึ่งนั่นจะเป็นประโยชน์ทางอ้อมต่อ SEO ของคุณด้วย

ประเด็นสำคัญสำหรับมัลติมีเดีย

  • รูปภาพทั้งหมดควรได้รับการปรับให้เหมาะสมที่สุดในแง่ของขนาดไฟล์, alt image attributes ,และชื่อไฟล์ (เช่น how-to-peel-an-onion.jpg)
  • ควรใช้มัลติมีเดียแบบอินเทอแอคทีฟ รวมทั้งวิดีโอและแผนภูมิ
  • การถอดเสียงไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ใช้ติดตามได้ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถเพิ่มคำหลักของคุณได้มากขึ้นด้วย

4. ลิงค์ – ภายใน และภายนอก

การเพิ่มลิงก์ในบล็อกของคุณและหน้า Landing Page เป็นส่วนสำคัญของ SEO ลิงก์ที่ส่งออกไปยังแหล่งที่มาที่เกี่ยวข้องและเชื่อถือได้จะส่งสัญญาณความเกี่ยวข้องไปยัง Google ในขณะเดียวกันลิงก์ภายในจะส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้อ่านที่สูงขึ้น เนื่องจากคุณสามารถเชื่อมโยงไปยังหน้าหรือบทความอื่น ๆ ภายในเว็บไซต์ของคุณได้ ลิงก์มีบทบาทในการช่วยให้บ็อตของ Google จดจำและเข้าใจโครงสร้างของเว็บไซต์ของคุณ ยกตัวอย่างเช่น หนึ่งในคีย์เวิร์ดของเราคือ รับทำ SEO เราจึงเชื่อมลิงก์กลับไปยังหน้าเป้าหมายที่เกี่ยวข้องสำหรับคีย์เวิร์ดนี้

ประเด็นสำคัญสำหรับลิงก์ภายในและลิงก์ภายนอก

  • แม้ว่าลิงก์ออก อาจไม่ได้ปรับปรุงการจัดอันดับของคุณ แต่ก็ช่วยเพิ่มประสบการณ์ของผู้ใช้ดังนั้นจึงขอแนะนำให้คุณรวมสิ่งนี้เข้าไปด้วย
  • ขึ้นอยู่กับความยาวของเนื้อหาของคุณ คุณควรมีลิงก์ภายในประมาณ 2-3 ลิงก์
  • โปรแกรม crawlers ของเครื่องมือค้นหา จะทำการตรวจสอบลิงก์เหล่านี้ของคุณ ดังนั้น คุณควรทำการตรวจสอบลิงก์ที่ใช้งานไม่ได้ในเว็บของคุณอยู่เสมอ และอย่าใช้กลยุทธ์แบบ Back-hat SEO
  • ใช้ “topic cluster model” สำหรับการเชื่อมโยงลิงก์ภายใน

5. อนุญาตให้ผู้อ่านมีส่วนร่วม

แม้ว่าเนื้อหาที่ยอดเยี่ยมจะยังคงได้รับการแชร์ไปโดยธรรมชาติ แต่ BuzzSumoได้บอกว่า ตั้งแต่ปี 2015 จำนวนดังกล่าวลดลงประมาณ 50% คุณควรทำปุ่มแชร์ไว้ในเนื้อหาทุกครั้งเพื่อให้การกดแชร์นั้นง่ายขึ้น เว็บไซต์โซเชียลมีเดียหลัก ๆ ยังคงเป็น Twitter, Facebook, Instagram และ LinkedIn แต่คุณก็ไม่ควรมองข้ามเว็บที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายโซเชียลมีเดียอย่าง Reddit และ Pinterest

เช็คลิสต์ On-page SEO (ทางเทคนิค)

On-page SEO เป็นแง่มุมทางเทคนิคของ SEO ที่มีการทำงาน “เบื้องหลัง” มากมาย หรือในส่วนหลังของเว็บไซต์ของคุณ ถึงแม้ว่า สิ่งที่เป็นด้านเทคนิคส่วนใหญ่ต้องการความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเว็บและการเขียนโค้ด อย่างไรก็ตาม WordPress สามารถทำอะไรให้คุณได้หลายอย่าง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่อาจไม่มีความรู้ด้านเทคนิคมากนัก

ถ้าจะกล่าวถึงด้านเทคนิคโดยละเอียดอาจไม่มีวันสิ้นสุด แต่สิ่งที่คุณควรมุ่งเน้นสำหรับ on- page SEO ด้านเทคนิคหลัก ๆ มีดังนี้:

1. Google Search Console

การตั้งค่าและเชื่อมต่อ Google Search Console ควรอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการ เครื่องมือนี้มีความเรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงที่จะช่วยคุณในการตรวจสอบและรักษาสถานะของคุณบน Google คุณสามารถวิเคราะห์การจัดอันดับคำหลัก, บทลงโทษของ Google, CTR, รวมถึงข้อมูลทางเทคนิคที่เป็นประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย ที่สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ SEO ของคุณได้

Google Search Console ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถในการใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ตัดสินใจว่าคุณต้องการจัดทำดัชนีอะไร ข้อผิดพลาดในไซต์ของคุณ รวมถึงข้อผิดพลาดของข้อมูลที่มีโครงสร้างและลิงก์เสีย โดยพื้นฐานแล้วมันจะทำให้งานที่ต้องใช้เวลามากกลายเป็นระบบอัตโนมัติ

Google Search Console Overview

2. ความเร็วของเว็บไซต์ของคุณ

ทุกวันนี้คนเรามีความอดทนน้อยลงเรื่อย ๆ และนั่นส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์อย่างแน่นอน ประมาณ 50% ของผู้ใช้งานคาดหวังว่าหน้าเว็บจะโหลดภายในเวลาน้อยกว่าสองวินาที ถ้านานกว่าสามวินาที พวกเขาก็จะไม่รอและเข้าไปดูที่เว็บไซต์อื่น แน่นอนว่า Google ตระหนักถึงเรื่องนี้ ดังนั้นความเร็วของเว็บไซต์จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยการจัดอันดับที่รู้จักกันดี

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความเร็วของเว็บไซต์

  • ใช้ PageSpeed Insights เพื่อทดสอบความเร็วของเว็บไซต์คุณ
  • การเพิ่มประสิทธิภาพเป็นกุญแจสำคัญ ปรับการใช้ภาพให้เหมาะสม ใช้ HTML compression, GZIP compression, การย่อขนาด JS และ CSS หากเป็นไปได้ให้พยายามลดเวลาในการตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ เนื่องจากสิ่งนี้จะส่งผลต่อความเร็วของเว็บไซต์

3. การเพิ่มประสิทธิภาพในมือถือ

ด้วยการค้นหาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่มีมากกว่าบนเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ เว็บไซต์ของคุณจะต้องได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับโทรศัพท์มือถือ หากไม่มีการปรับก็จะกระทบต่อการจัดอันดับของคุณได้ Google เปิดตัวการจัดทำดัชนีสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2018 และจะใช้เว็บไซต์เวอร์ชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำดัชนี ดังนั้นหากเว็บไซต์ของคุณไม่มีเวอร์ชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่คุณจะถูกลงโทษ

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพบนมือถือ

  • คุณสามารถทดสอบการตอบสนองของเว็บไซต์ เพื่อดูว่าเว็บของคุณ Mobile-Friendly หรือไม่
  • เช็คว่าคีย์เวิร์ดของคุณจัดอันดับอย่างไรบนโทรศัพท์มือถือ
  • ตรวจสอบบ่อย ๆ ว่าเว็บไซต์เวอร์ชั่นมือถือของคุณทำงานได้อย่างถูกต้อง
  • ใช้ Accelerated Mobile Pages (AMP) – รูปแบบของโค้ด HTML

4. แผนผังเว็บไซต์

แม้ว่าจะมีผู้ใช้เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เคยเข้าไปดูแผนผังเว็บไซต์ของคุณ แต่นั่นเป็นเพียงพื้นที่หนึ่งที่เน้นไปที่ความต้องการของเครื่องมือค้นหามากกว่าความต้องการของผู้ใช้ เพราะมันจะช่วยให้บ็อตอ่านและรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ของคุณได้ และจะไม่มีประโยชน์อย่างยิ่งหากคุณมีไซต์ขนาดใหญ่ที่มีเนื้อหามากมาย การมีแผนผังเว็บไซต์จะไม่ได้ปรับปรุงการจัดอันดับของคุณและคุณจะไม่ถูกลงโทษหากไม่มีมัน แต่การทำอะไรที่เป็นการช่วยเหลือ Google จะเป็นประโยชน์เสมอในทุกที่ที่ทำได้!

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแผนผังเว็บไซต์

  • ไม่จำเป็นที่จะต้องมีก็ได้
  • ไม่จำเป็นต้องเป็นแผนผังเว็บไซต์ XML
  • ไม่ควรมี URL มากกว่า 50,000 รายการหรือมีขนาดใหญ่กว่า 50MB
  • Root directory ควรเป็น https://abctrading.com/sitemap.xml

5. Robots.txt

Robots.txt เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นเคย แต่เป็นสิ่งที่สำคัญเมื่อคุณต้องการบอกโปรแกรมรวบรวมข้อมูลว่าคุณไม่ต้องการให้มีการจัดทำดัชนีส่วนใดของเว็บไซต์ สิ่งนี้เป็นประโยชน์กับคุณแทนที่จะเป็นของผู้ใช้ปลายทางหรือของ Google เนื่องจากสคริปต์ไฟล์หรือรูปภาพบางส่วนอาจเป็นข้อมูลเสริม

robots.txt syntax:

User-agent: * (e.g. Googlebot)

Disallow: / (e.g. /images/onion.png)

ประเด็นสำคัญ

  • อย่าใช้เพื่อซ่อนเนื้อหาจากเครื่องมือค้นหา – เทคนิค SEO หมวกดำ!
  • ไม่ว่าโปรแกรมรวบรวมข้อมูลหรือมัลแวร์ ควรสามารถเข้าสู่ robots.txt ได้

SEO ทางเทคนิคที่เป็นประโยชน์

ส่วนแรกคือการวิเคราะห์อย่างละเอียดเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของเว็บไซต์ของคุณ มีเครื่องมือมากมายที่คุณสามารถใช้ได้ ซึ่ง Ahrefs และ Screaming frog เป็นหนึ่งในรายการโปรดของเราดู Top 5 SEO Tools ได้ที่นี่

หากคุณตั้งค่า Google Tag Manager คุณสามารถจัดการแท็กขั้นสูงได้เองโดยไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากนักพัฒนาเว็บราคาแพง

ใช้ HTTPS เสมอแทนที่จะใช้ HTTP เนื่องจากความปลอดภัยของเว็บไซต์เป็นปัจจัยทางจิตวิทยาที่สำคัญต่อผู้ใช้และ Google Chrome ติดป้ายกำกับไซต์ใด ๆ ที่ไม่มี SSL ว่า “ไม่ปลอดภัย”

URL / IP canonicalisation: เว็บไซต์ควรได้รับการจัดทำดัชนีภายใต้ทั้งชื่อโดเมนและที่อยู่ IP และควรหมายถึง:

abctrading.com และ abctrading.com/ ควรแก้ไขเป็น URL เดียวกัน

หากคุณสับสนกับแง่มุมทางเทคนิคของ Onsite SEO ไม่แน่ใจว่าควรผลิตเนื้อหาแบบไหน หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ SEO ของเรา คุณสามารถพูดคุยกับทีมงานของเราได้ที่ 02 038 5400